[AuFic] アジサイ の唄 (1827) Chapter 2

posted on 10 Nov 2009 01:03 by ayafee in Fiction

เอนทรี่จองรีปรินท์  >>> อันนี้นะคะ <<

 

เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากตอนที่แล้ว = ="  ตอนนี้เราจะยังรอดต่อไปรึเปล่านะ  เมะคนแรกที่ต้องมาร้าวรานคือฮิบะซะด้วย  ปกติเราจะชอบให้เคะร้าวราน  เมะจะเลวๆ  ไม่ก็ดีแต่ไม่เจออะไรมาก  แ่ต่นี่ฮิบะโดนคนเดียวเลบ โดนมันตลอด...  เฮียเค้าโชคดีมาตลอดแล้ว  มาร้าวกันบ้างเถอะนะ.....

ที่ว่าทำไมต้องยามะ = =a  เราว่าเพราะเป็นยามะคนถึงได้หมั่นไส้นะ ถ้าเป็นมุหรือเบีย....  ฮิบะก็ไม่ร้าวสิ = ="  เรายิ่งเขียนฮิบะไม่เก่งด้วย.....  (เพราะเขียนเมะร้าย เลว แหลมากกว่า)

 

ตอบเมนต์ค่า

 #1 By Firodendon  :  เรามองว่าในชีวิตจริง ผู้ชายซึนๆก็น่าจะโดนแบบนี้นะคะ = ="  ซือเองในเรื่องจริงก็เป็นบอสมาเฟียนา ฮา

#2 By ★A.annew•「エンニュー」  :  ดอกไฮเดรนเยียสวยงับ  ตอนแรกพี่ก็ไม่เข้าใจความหมายหรอก แต่อ่านเรื่องเจนเทิลแมน แล้วอุชิโอะโดนเรียกแบบนั้นเลยสงสัยแล้วไปตามหาความหมาย ก็เลยเข้าใจ

#3 By ZEZT-JUNIO  :  ฮิบะนี่ดูยังไงก็รักซือนะ OTL

#4 By freyachan  :  ให้อภัยแล้วหม้อในมือนั่นมันอร๊าย!!!!   เรื่องของฮิบะเอาไว้เฉลยทีหลัง เดี๋ยวจบเร็ว กร๊ากกก ยังร้าวไม่พอ

#5 By tabby แมวลายสีส้ม  :  เหตุผลที่ต้องเป็นยามะเพราะว่ามันช้ำนี่แหละ  ถ้าเป็นคนอื่นนี่เอฟเฟ็คจะต่างไปเลยถ้าเป็นโน่ เบีย มุ

#6 By {+๑MimurRa๑+}-รัก18สุดใจ   :  มันไปตามเรื่องแหละจ้ะ  ถ้าพ่อแม่ไม่เสีย เค้าก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันจิ

#7 By [Joey]I'm the tutor home Reborn  :  ไฮเดรนเยียเรานึกถึงการ์ตูนเรื่อง QED กับเรื่องเจนเทิลแมนน่ะค่ะ เหอๆ

#8 By #Aline#Bamboo#  : เวอร์จิ้นมั้ยเหรอ = =a   อ่านตอนนี้แล้วน่าจะกระจ่างได้อีกนิดว่าซือยังเวอจิ้นรึเปล่านะ

#9 By dearchan  :  รอบที่แล้ววาเรียออกเยอะแล้วอ่ะ รอบนี้เลยไม่มี กร๊ากกกกก  ตัวละครเยอะจบยาก!!

#10 By Kuro_Goku  :  8027 จริงๆเราก็ชอบนะ  แบบเพื่อนกันตัดไม่ขาดไรงี้  แต่กรณีนี้ใช้ยามะจะคุ้มสุดแล้ว ฮ่ะๆ

#11 By Pukapukajun :  พี่น้องกันคงไม่แอบกดกันหรอกเน้อ = ="   เราไม่เคยแกล้งฮิเลยนะ มีแต่บทดีๆตลอด เพราะงั้นโดนบ้างเหอะ

#12 By Cocoaharry_Demmy :  ฮิก็ทำคะแนนแบบซึนๆของเค้าล่ะ  แต่เพราะซึนก็เลยเป็นงี้แหละ

#13 By CrazyApple   :  รักนะแต่ไม่แสดงออก  ใครเค้าจะรู้ = ="  พอไม่รู้เค้าก็ไปยุ่งกับคนอื่นนั่นล่ะ  ชีวิตจริงเลย....

#14 By princesskpp   :  ซึนแบบนี้อีกนานกว่าจะแก้หาย = =" ขึ้นอยู่กับปลาแล้ว

#15 By ~Kumi~  :  ลำเอียงไปเหอะ กร๊ากกก  เพราะถ้าให้เบียโผล่มาก็ลำเอียงเหมือนกัน  แต่ว่าเบียหรือมุคู่สึนะมันจะไม่ร้าวสิ  ต้องเอาให้ฮิบะร้าวๆหน่อย  งานนี้ต้องพึ่งมันสมองของปลาว่าจะรู้ตัวเมื่อไหร บื้อจริงๆ...

#16 By aiwendil   :  จะได้แย่งมั้ยล่ะเนี่ย กร๊ากกกกกกกก

#17 By KatAnaChaN★NYAPPY!!    : ตอนเรียนก็เรียนอย่างเดียวจิ  อย่าแอบอ่าน =w="

#18 By Chura Chura Chucream  :  ใครๆเห็นยามะก็คิดว่าดาร์กเนียนกันหมดเลยแฮะ  ฮา   อาจจะไม่หรอกมั้งนะ

 

ต่อๆบุ่ยๆ

 

 Title:  アジサイ の唄
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre :  AuFic , Angst , Drama , Romance
Rating : NC-15
Pairing : 1827

Summary :  บุปผชาติผลัดเปลี่ยนสี.....  จากจิตใจที่ด้านชา  สู่ความรักที่ไม่เปลี่ยนแปลง

--------------------------------------------------------------------------------------


บุปผชาติล้วนมีความหมาย
บุปผชาติซึ่งขึ้นอยู่ข้างตัวเรือนมีความหมาย....

หัวใจที่ด้านชา... ความรู้สึกที่ด้านชา....
ตัวคนที่ช่างด้านชาไร้ความรู้สึกเหลือเกิน...

 

ความรู้สึกนั้น...
คือความสัมพันธ์ของนายและฉัน...



    ว่ากันว่าความรักอาจจะเกิดได้หนึ่งวัน อาจจะใช้เวลายาวนานเป็นปี...  แต่สำหรับบางคนแล้ว  มันคงเข้าใจยากกว่านั้น....   ภายในห้องทำงานสีขาวบริสุทธ์ประดับประดาด้วยรูปถ่ายครอบครัว คนสนิท และของประดับอย่างโล่หรือใบประกาศที่บอกถึงความมีมาตรฐานของบริษัท  แสงแดดยามสายส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง...  แม้น้อยนิดเพราะมีเมฆครึ้มก็ยังคงแลเห็นว่ามีแสง... อย่างชีวิตของคนเรา....  

ร่างโปร่งบางเรือนผมสีน้ำตาลไหม้นั่งทำงาน ณ โต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่  เอกสารมากมายบนโต๊ะชวนให้ชายหนุ่มปวดตาและเริ่มเกียจคร้าน....  กระดาษแผ่นขาวแผ่นแล้วแผ่นเล่าวางแยกกองเป็นสองกอง  งานแบบนี้ควรจะมีเลขานุการ แต่คนที่ไว้ใจได้ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นเอง....


    “นั่งหาวหวอดแล้วเมื่อไหรงานของนายจะเสร็จ”  ร่างสูงในชุดสูทเข้ากับสีผมสีเข้มก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับเอกสารอีกปึกหนึ่ง   เพียงแค่เห็นสีหน้าของคนในห้องเริ่มห่อเหี่ยว

    “….มันเยอะมากเลยนะครับพี่ฮิบาริ   เดี๋ยวก็มีประชุมอีก”  เอ่ยตัดพ้อเรื่องงานกับหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายและบอดี้การ์ด  โตแล้วแท้ๆ....

    “งานของนาย ก็ต้องสะสางด้วยตัวเอง”  วางปึกกระดาษขาวลงตรงหน้า  มือเรียวเร่งหยิบเอาปากกาส่งให้กับคนตรงหน้า

    “ช่วยหน่อยสิครับ...  ผมขอพัก 5 นาทีก็ได้”  ส่งสายตาวิงวอนขอร้องผู้ที่แสนจะพึ่งพาได้..  มือแกร่งยื่นไปรับปากกานั่นก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ๆนั่น  

    “แค่ 5 นาที  มากกว่านั้น  นายโดนขย้ำแน่สึนะโยชิ”  อาจจะเป็นเพียงคำขู่  สึนะโยชินั่งมองพลางยิ้ม...  ก็แค่ขู่อยู่เสมอๆ...

พี่ชายที่แสนเย็นชากับคนอื่น....
แต่ฟังคำของเขาเสมอๆ....



    ดวงเนตรกลมโตทอดมองฮิบาริ เคียวยะซึ่งกำลังทำงานแทนขำอย่างเงียบๆ  นั่งเกาะโต๊ะมองอยู่แบบนั้น... ยาวนานกว่า 10 ปีแล้วที่จะเห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาเสมอ...  คอยอยู่ไม่ห่างเพื่อให้ตัวเขานั้นปลอดภัย...  ตั้งแต่วันที่พ่อกับแม่ของประสบอุบัติเหตุ....


    “มองอะไร?”   เสียงทุ้มดึงเองร่างเล็กกว่าเรือนผมสีต่างจากตนหลุดจากภวังค์  ใบหน้าใสสะบัดรัวและยิ้มเงียบๆ

    “แค่คิดว่าพี่ฮิบารินี่  ทำงานได้ทุกอย่างเลยนะครับ”  เอ่ยอย่างชื่นชม...  แต่ฝ่ายรับคำชมกลับมิได้ปลื้มปิติไปกับคำนั้น...

    “ข้ออ้างอู้งานของนายอีกตามเคย”  โดนรู้ทันสึนะหลุดเสียงหัวเราะเสียงดังออกมา...เนตรคมมองนิ่งๆอย่างที่เป็น...  ความสัมพันธ์นี้ตนอยากจะจบ... แต่มันก็จบไม่ได้...

    “นิดหน่อยน่ะครับ  ผมชอบดูพี่ฮิบาริทำงานมากกว่า” พี่ชายคนสำคัญของเขา... ที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ....

    “แล้วก็ชินคำบ่นแล้วด้วย”  เสียงใสกล่าวอย่างเริงร่า  คงมีกำแพงมากมายที่ทำให้เราสองคนก้าวไปที่ไหนไม่ได้เลย.....


เรือนญี่ปุ่นซึ่งเติบโตมาด้วยกัน....
เรื่องโกหกที่ปิดบังมาตลอด 10 ปีที่พ้นผ่าน.....

คือความรับผิดชอบของฉันงั้นเหรอ...



    “ถ้าไม่เสร็จ  นายก็จะไม่ได้ไปเที่ยวกับหมอนั่น”   คำพูดนั้นชวนให้เนตรกลมโตเหลือบมอง  หัวเราะออกเมื่อโดนจี้จุด...  และเขาก็จับปากกามาทำงานต่อไป..... ท่าทางแบบนั้น...ช่างไม่น่าพอใจ...

    “คำอ้างนี่ก็ใช้กับนายได้ตลอด  อ่อนหัดนัก”   ชายหนุ่มหยัดกายขึ้นจากเก้าอี้ส่งปากกานั่นคืนให้...  คงหมดหน้าที่ของเขา...

    ใบหน้าใสเงยขึ้นมองเมื่อแลเห็นเจ้าตัวกำลังจะออกไป   “จะไปไหนเหรอครับพี่ฮิบาริ  เดี๋ยวก็จะประชุมแล้ว”  

    “ไปเดิน  ก่อนจะกลับมาเจองานของนาย”  งานที่ทิ้งค้างเอาไว้เสมอๆ...   ไม่จำเป็นต้องใส่ใจก็ได้  แต่เขาก็ทำไป... สิ่งที่รังควานใจของเขาไม่ใช่เรื่องนั้น....

แต่คือเรื่องที่อยู่ในใจเสมอๆนั่น...
ชื่อและตัวตน... ของคนสำคัญของนาย....



    เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลไหม้สังเกตว่าชายหนุ่มมีอาการไอราวกับเริ่มไม่สบายจึงเร่งลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปหา  พยายามเขย่งกายให้สูงขึ้น...มือเรียวยกขึ้นสัมผัสหน้าผากคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน...  มีสีหน้าบ่งบอกถึงความเป็นห่วง...  ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น.....  เรื่องธรรมดาๆของตัวนาย.... มันทำให้ตัวฉันอึดอัด....


    “พี่ฮิบาริช่วงนี้พักผ่อนเยอะรึเปล่าครับ...  งานบางอย่างของผมที่คั่งค้างไม่ต้องทำให้ก็ได้”  ทั้งเรื่องลักพาตัวซึ่งเกิดเมื่อไม่นานนี้...  ชายหนุ่มคงมิได้พักผ่อนผ่อนคลาย....

    “ฉันไม่ได้เป็นอะไร  ห้องนี้มันมีฝุ่น ไม่ได้ทำความสะอาดรึไง?”  เลี่ยงคำตอบไปเป็นเรื่องอื่นไม่ให้สีหน้าบนใบหน้าใสอ่อนเยาว์นั้นต้องกังวล....

    “ทำความสะอาดทุกวันล่ะครับ ก็มีแม่บ้านมาทุกวัน....”   กระนั้นสึนะยังคงไม่ลดความกังวลลงไปเลย...  เพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้าต้องเหนื่อยเพราะใคร....

    มือที่ยังคงจับแขนเสื้อตนเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง...สีหน้าทอประกายกังวล  ดวงเนตรซึ่งมองตรงมา...  มองมาในฐานะของคนในครอบครัว....   “ฉันไม่ได้เป็นอะไร  นายไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง”   เพราะมันไม่จำเป็นเลยจริงๆ.....

ในเมื่อตัวตนที่เป็นได้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น....
มิอาจแปรเปลี่ยนสีอย่างไฮเดรนเยีย....



    ไฮเดรนเยียช่างด้านชา.... เจ้าดอกไม้ที่ชักนำเราให้พบกันคงบอกถึงความสัมพันธ์....   ที่ไม่มากเกินไปกว่าความด้านชา....  มือแกร่งจับมือของเจ้าของเนตรน้ำตาลดึงออก    ดวงเนตรกลมเมียงมองตามมือนั่น... อย่างเคยที่เป็นเสมอมา...  ไม่ต้องการให้เขาเป็นห่วง....


    “พี่ฮิบาริไม่ชอบให้ใครยุ่งเรื่องของตัวเอง  แต่ผมก็ย้ำอีกครั้งเลยนะครับ... ว่าให้ผมยุ่งเรื่องของพี่ฮิบาริเถอะนะครับ”  ในฐานะอะไร......

    “อย่าเป็นฝ่ายดูแลผมฝ่ายเดียวเลย”   เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่ฉันทำได้....  

    ชายหนุ่มลูบศีรษะปกคลุมด้วยไหมสีน้ำตาลไหมแผ่วเบา...  ความคิดของคนทั้งสองสวนทางกันในหลายๆอย่างคงไม่ต้องโทษใคร   “เคยเห็นฉันล้มหมอนนอนเสื่อรึไง  ฉันไม่ได้อ่อนแอ”   

    สึนะโยชิระบายรอยยิ้มที่ริมฝีปาก    “ไม่เคยเห็นหรอกครับ ก็เลยไม่อยากเห็น”  เพราะต้องทำหน้าที่ของตัวเอง... จนกว่าจะถึงเวลา....

    “งั้นนายไปเตรียมตัวประชุมซะ  ฉันไม่ชอบยุ่งกับพวกสัตว์กินพืช”  การประชุมที่มีคนเยอะเขามักจะหลีกเลี่ยง.. ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วม  เพียงแค่คอยเฝ้าห่างๆก็เพียงพอ....


เมฆที่ไม่ต้องการผูกติดอยู่ที่ใด....
หยุดลอยเอื่อยอยู่ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง.....

ตั้งแต่ยามนั้น...เมื่อ 10 ปีก่อน....



    ตัวเขาเองนั่นล่ะที่ตัดสินใจยื่นมือเข้ามาปกป้องดูแลคนที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเองเลย...  คนที่อาจจะทำให้เขาเสียความเป็นตัวของตัวเอง...ไปทีละน้อย...ทีละน้อย....  กระนั้นแล้วกลับละสายตาไปไม่ได้...   ทั้งที่ไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการกลับมา....   แต่สิ่งที่รับปากไว้ตัดสินใจไว้... ใช่จะล้มเลิกง่ายๆ....


    “คุณเคียวจะออกไปไหนเหรอครับ?”   ผู้ช่วยคนสนิทเรือนผมรีเจนท์ก้าวเดินตาม  ตรงไปตามเส้นทางออกไปนอกบริษัท...

    “เรื่อยๆ  ไม่ได้คิดไว้”  กระทั่งคนมองอย่างผู้ช่วย... ยังคงสัมผัสถึงบรรยากาศแปลกๆ   จากคนเย็นชาซึ่งมักจะมีบรรยากาศเย็นๆเสมอ

    “ท่านซาวาดะมีประชุมนี่ครับ  นึกว่าคุณเคียวจะอยู่เฝ้า”  ไร้สุรเสียงตอบกลับ..  ผู้มีฐานะรองกว่าจำต้องสงบปากสงบคำและเดินตามไป....


    ฤดูนี้เป็นฤดูคาบเกี่ยวระหว่างฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง....   บางวันมีเมฆฝนฟ้าคะนองก่อตัวเรียกฝนโปรยปรายลงมา...  ท้องฟ้ามักจะเป็นสีหมองหม่นอยู่เสมอ   เจ้าฤดูในความทรงจำอันเกี่ยวข้องกับดอกไฮเดรนเยีย....  ควรจะนึกโทษเรื่องราวในวันนั้นหรือไม่...  หรือผิดที่ใคร.....

    ร่างหนาเรือนผมรีเจนท์ก้าวเดินตามเจ้านายไปตามทาง....   ขายาวขอ