[Fic] Let's Get Married (6927) CH.15

posted on 06 May 2010 16:58 by ayafee in Fiction

ไม่ได้เขียนฉากบู๊นานมันฝืดหนัก... หรือจะกลับไปเขียนฉากบู๊บนเตียง(?)ดีนะ ฮ่าๆ...

ดองเมนต์อีกแล้ว OTL...  เพราะโพสเสร็จจะหนีไปกินข้าว ฮ่าๆ...

 

 

 

*******************************************************

 Title:  Let’s Get Married
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre :  Romance , Comedy  
Rate : NC-15
Pairing :  6927+100  (+80,18)
Summary :   การแต่งงานน่ะการใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข?   แต่ว่าเขาเป็นผู้ชายนะ!!

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ความทรงจำอันแสนสวยงามและมีความสุข
ไม่ต้องใช้เวลาเนิ่นนานก็สามารถหาได้



    ช่วงเวลาสั้นๆเพียงไม่กี่นาที อาจจะเป็นชั่วโมง อาจจะเป็นวัน   ไม่ว่าที่แห่งใดล้วนสร้างความทรงจำร่วมกันได้ทั้งนั้น   จะเป็นเรื่องมีความสุขหรือความทุกข์ก็ยากที่จะไปบังคับมันได้   สำหรับคนสองคนนั้นมีความทรงจำทั้งขม เปรี้ยว หวานผสมผสานกันไป...   แล้วปกติรสเค็มจะมาจากไหนกันล่ะ?

ว่ากันว่ารสเค็มของความทรงจำ
มาจากน้ำตาล่ะนะ


Chapter 15 : การใช้ความรุนแรงในครอบครัวทำให้เรื่องมันแย่



    ร่างเล็กสวมุชุดสูทสีดำขลับก้าวลงจากรถพร้อมกับชายหนุ่มรุ่นพี่ในชุดแบบเดียวกันต่างกันเพียงแค่สีของเสื้อเชิ้ตภายใน    ตรงหน้าของคนทั้งสองเป็นตึก 3 ชั้นแลดูเหมือนตึกทั่วไปที่หาได้ตามชานเมืองของประเทศญี่ปุ่น  สิ่งที่ต่างไปจากตึกทั่วไปคือป้ายไม้ข้างทางเข้า  เขียนด้วยถ้อยคำที่คนในวงการอ่านแล้วรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่บ้านตระกูลดังหรืออะไร  แต่เป็นตึกของยากูซ่าตะหาก...  

    เนตรกลมโตทอดมองสถานที่ตรงหน้าแล้วกลืนน้ำลายเฮือก   เขาหยิบหมวกขึ้นมาใส่เพื่อปกปิดทรงผมและสวมแว่นตาอีกขั้นเพื่อบดบังใบหน้าของตัวเอง   คงไม่ดีแน่หากบอสมาเฟียอิตาลีเข้ามาวุ่นวายกับยากูซ่าซึ่งดูมีเบื้องหน้าเบื้องหลังแบบนี้...


    “คุณฮิบาริ... เราจะเข้าไปในนี้จริงๆเหรอครับ?”   เสียงใสเปล่งถามท่านพญายมสุดโหด  หากไม่ไปหักอกเค้ามาล่ะก็ เขาจะไม่มีทางมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แน่นอน

    “อ่านรายละเอียดทั้งหมดแล้วไม่ใช่รึไง ยังจะถาม”   เนตรคมกริบเหล่มองมา  บนเรียวนิ้วของพ่อหนุ่มเมฆาไม่มีกระทั่งแหวนผู้พิทักษ์  ปิดบังสถานะที่แท้จริงเต็มที่เลยนี่...

    “ก็เพราะอ่านรายละเอียดแล้วน่ะสิครับ  ผมก็เลยถามให้แน่ใจ  เรื่องถึงหูรีบอร์นผมจะซวยเอาจริงๆ” ทำอะไรโดยพลการ.. และนี่ไม่ใช่เรื่องของแก๊งค์  หากแต่เป็นเรื่องขององค์กรกรรมการรักษาระเบียบเองตะหาก

    “ช่างเจ้าหนูสิ  ฉันต้องการอะไรก็ต้องได้”   น้ำเสียงเย็นชาและการก้าวฝีเท้าเข้าไปภายในของฮิบาริ เคียวยะสงบความคิดทั้งมวล...

    “เฮ้อ.....”   สึนะโยชิประชับอุปกรณ์ปิดบังตัวอีกครั้ง  แหวนประจำตำแหน่งใส่สร้อยคอห้อยคอไว้แล้วไม่มีปัญหา..  อาวุธเอาใส่กระเป๋ากางเกงไว้แล้ว...  


กฎโลกมืดและการคุมกฎของวินดีเช่
อยู่ในเมือง อย่าทำตัวเตะตาให้ตำรวจเข้ามาเกี่ยว



    เรื่องราวดำเนินมาถึงตรงนี้นภาแลเมฆาไม่ยอมเท้าความอะไรให้ผู้ชมชู้เรนเจอร์(?)ได้รับรู้แม้เพียงนิด   มาเฟียวองโกเล่ทั้งสองจะมายุ่งเกี่ยวกับยากูซ่าทำไม?   คำตอบคือ...  ย้อนกลับไปในตอนหักอกวันนั้น...  ภายในห้องพักของหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบ   ร่างเล็กเรือนผมสีน้ำตาลนั่งอ่านเอกสารที่โดนยัดเยียดมาและทำสีหน้าเคร่งเครียด


    “จะไปขโมยโฉนดจากเค้าเนี่ยนะครับ....”    บอสวองโกเล่รู้สึกเหมือนเอาตัวเองไปผูกกับเรื่องยุ่งยาก  เขาไม่น่ารับปากเรื่องนี้ไปเลย

    “พวกมันไม่ยอมให้พื้นที่ทำเลดีตรงนั้นมา  ฉันไม่ขย้ำมันก็ดีแค่ไหนแล้ว”   มือเล็กยกขึ้นกุมขมับเมื่อฟังเหตุผลของหนุ่มหน้าตาเย็นชา

    “เรื่องแค่นั้นไปคุยเจรจาซื้อที่หรืออะไรก็ว่ากันไปสิครับ อีกอย่างถ้าเป็นคุณฮิบาริ...ก็คงเข้าไปขู่เอามาจนได้...”  คำพูดของนภาผู้รู้จักนิสัยหนุ่มรุ่นพี่ดีเรียกรอยยิ้มที่มุมปากคม  

    “รู้ดีนี่เจ้าสัตว์กินพืช  มันไม่ใช่เฉพาะโฉนด แต่มีอย่างอื่น”  คำพูดปริศนายิ่งทำให้การสนทนาแลดูจริงจังกับงานมากขึ้น    เขาก็ไม่คิดหรอกนะว่ามันจะไม่มีลับลมคมในอะไร

    “คงไม่ใช่มีข้อมูลอะไรที่คุณฮิบาริอยากได้อยู่ที่นี่หรอกนะครับ?”  ดวงตากลมโตจ้องมองเข้าโหมดหัวหน้าแก๊งค์เต็มขั้น  มันไม่ใช่เรื่องหักอกแล้วต้องมารับผิดชอบแล้ว...

    ผู้พิทักษ์เมฆาหยักยิ้ม ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลานั้นมีแต่ความคิดโหดร้าย รุนแรง และชั่วร้ายเต็มไปหมด... นั่นล่ะกรรมการรักษาระเบียบล่ะ  “คงมีแหงๆ.....”

    “ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมายากูซ่ากลุ่มนี้ฐานะก้าวกระโดดจากปั๊มกล่องระดับต้นๆขายในตลาดมืดน่ะครับ” คุซาคาเบะผู้เงียบไปนานเพราะสำนึกผิดช่วยอธิบายแทนเจ้านายของตัวเอง  

    “เรื่องนั้นมันก็.....”  ก่อนที่นภาจะโต้เถียงอะไรกลับไป  ชู้แบล็คผู้ต้องการคนรับผิดชอบที่หน้าแหก(?)เร่งพูดแทรกขึ้นมา

    “พวกมันทำให้ฉันเสียเวลาในการหาข้อมูล  เก็บไปกี่คนก็เจอแต่ของอ่อนๆ”   ประโยคสุดแสนเย็นชาแฝงความจิตสังหารจากความหน่ายและเซ็ง


ก็แค่หมั่นไส้เค้าหลายเรื่องก็เลยหาเรื่องไม่ใช่เรอะ...
ทำไมต้องให้เขาเข้าไปยุ่งกับพวกนี้เนี่ย!!

ดวงยิ่งไม่ดีอยู่ด้วย!!  ถ้าใช้ปืนยิงกันผมจะไปสู้อะไรกับเค้า!!



    ฉากตัดกลับมาในช่วงเวลาปัจจุบันอีกครั้ง  หักอกเค้าครั้งเดียวอาจจะต้องซวยไปอีกหลายระดับ  นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับชีวิตของโรคุโด สึนะโยชิ  ตั้งแต่แต่งงานมาก็มีเรื่องไม่หยุดหย่อน.. เขาอยากให้ชีวิตสงบสุข เลิกงานก็ทานข้าวเย็นกับครอบครัว นั่งดู DVD กัน ลืมเรื่องงานแล้วก็เข้านอน...


    ขาสั้นกว่าก้าวเดินตามแผ่นหลังหนุ่มรุ่นพี่ไปช้าๆ  ‘มุคุโร่จะเช่าDVDให้รึเปล่านะ....’  ห้วงคิดคะนึงหานึกถึงเพียงเรื่องของสัญญากับคุณสามีเอาไว้เท่านั้นล่ะนะ  

    “เจ้าสัตว์กินพืช”  จู่ๆเจ้าของเนตรสีเข้มหยุดเดินไม่บอกกล่าวและหันมองกลับมา  คนเดินตามหลังหยุดเดินแทบไม่ทัน

    “ครับ?”  บรรยากาศและการจ้องมองกันชวนให้คิดไปถึงภัยอันตรายของชู้แบล็ค  หรือเมฆาจะกลับใจจากเป็นตัวร้ายกลับมาเป็นชู้

    “ถ้าแกทำพลาด แกจะโดนขย้ำตาย”  ตอบความและก้าวเดินต่อไป  จงเลิกคิดเสียเถิดว่าชู้แบล็คจะเหมือนชู้คนอื่นๆ...  ผ่าเหล่าในขบวนการเสียจริง  

    “..........ครับ....”  คนเป็นเจ้านายตอบด้วยน้ำเสียงห่อเหี่ยวและปลง    หากใช้อำนาจในฐานะบอสแล้วพ่อหนุ่มคนนี้ฟังแล้วล่ะก็... เขาจะใช้ให้ถอนตัวจากที่นี่ไปโดยไวเลยเชียว


    ทางเดินทอดยาวจากบานประตูตรงเข้าไปยังห้องโถงของเหล่ายากูซ่านั้น ล้วนเต็มไปด้วยสายตาอันเย็นชาและจับผิดของสมาชิกกลุ่มสักรอยสักเต็มตัวปานมันเป็นเอกลักษณ์ของมาเฟียญี่ปุ่นหรือที่เรียกกันว่ายากูซ่า   มาเจอสายตากดดันแบบนักเลงมากกว่ามองอย่างเย็นชามันทำให้บอสรุ่นที่สิบอึดอัด...  

    ในใจนึกด่าพ่อหนุ่มเมฆาหลายประโยคที่ไม่อาจพูดออกมาได้ไม่งั้นจะโดนเชือด   อีกใจนึกด่ายากูซ่าที่ปล่อยให้ชายหนุ่มแปลกหน้าท่าทางอันตรายแบบนี้เดินดุ่ยๆเข้ามาในรังตัวเอง  หรือว่าจะจำหน้ากันได้ก็เลยแอบกลัวกันแน่??


    “มีธุระกับใคร  มาจากไหน”   ยากูซ่าใจกล้านายหนึ่งตรงมาขวางหน้าสองคนในชุดสูทก่อนจะถึงห้องโถงกลางของตึก  

    ฮิบาริ เคียวยะเพียงแค่เหล่มองด้วยหางตา  เขารู้ได้ในทันทีว่าตัวเองต้องทำตัวเป็นล่ามให้  “เอ่อ...กรรมการรักษาระเบียบเมืองนามิโมริครับ...”


    สิ้นประโยคนั้นแหละ ต่อให้คนพูดจะดูลับๆล่อและหงอถึงเพียงใด คนฟังนั้นรีบหลีกทางให้ทันที  อิทธิพลของชื่อนี้ช่างน่ากลัว...   หรือว่าจะน่ากลัวฝังรากลึกมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่?  สมัยเรียนม.ต้นเขาก็ไม่เคยสงสัยเลยนะว่าเมื่อก่อนมันมีอะไรคุมโรงเรียนแบบนี้มั้ย...  แต่ตอนเขาเข้าไปเรียนจนเรียนจบเป็นมาเฟียอย่างตอนนี้ มันก็ใหญ่ขึ้นทุกวันๆ..

น่าดีใจที่เขาแต่งงานไปก่อนแล้ว...
ถ้าแต่งเข้าบ้านนี้เขามีหวัง.... ชีวิตสั้นลงอีกหลายจุด...



    หลังเปิดบานประตูเข้ามาภายใน ภาพตรงหน้าของเราทั้งสองคือชายวัยกลางคนอ้วนท้วมสมบูรณ์ลงพุงอีกตะหากกำลังดื่มเหล้าในขวดกระเบื้อง และนั่งเบียดไขมันของตัวเองจุกกับเก้าอี้เยี่ยงราชาในหนังจีน..  แต่ว่านะ.. ทำไมไม่ไปหาเก้าอี้ตัวใหญ่กว่านี้มาเล่า!!  เขาเป็นมาเฟียอิตาลียังได้นั่งแต่เก้าอี้ออฟฟิศเลย!!  อิจฉา!!


    “นายท่าน.. มีคนมาขอพบครับ...”   เสียงของลูกน้องคนก่อนหน้านี้บอกให้เจ้านายได้รู้ตัว  ใบหน้ากลมๆนั้นเบี่ยงหันมองละสายตาจากอาหารและเหล้ายาหมูปิ้งตรงหน้า

    “ไม่แจ้งกันมาก่อน มันเสียเวลานา....”  ใบหน้าอ่อนวัยแสดงสีเหนื่อยหน้าเมื่อเห็นเจ้าหมูอ้วนนั่งกินเอาๆ   เสียเวลาทานมื้อที่เท่าไหรก็ไม่รู้สินะ...

    “ไม่จำเป็นต้องแจ้ง  ฉันมาเอาสิ่งที่ฉันต้องการ”   ฮิบาริ เคียวยะวัยผู้ใหญ่ช่างใจเย็นกว่าเมื่อก่อน  อาวุธไม่มี แต่สายตานี่จ้องก็จะฆ่าคนได้แล้ว...

    “นาย...ฮิบาริ เคียวยะ หัวหน้าองค์กรกรรมการรักษาระเบียบ....”   หัวหน้าแก๊งยากูซ่าร่างกายอ้วนท้วมสมบูรณ์จากการรับประทานไขมันมากเกินไปตามแบบของคนมีกะตังค์ซีดเป็นหมูเผือกเมื่อเห็นหน้า  

    “ดี... งั้นมาคุยธุระกันได้แล้ว”   เมฆายืนกอดออกจ้องหน้า   แค่จ้องทุกคนก็กลัวกันหมดแล้ว...  แต่ใครจะรู้เล่า บางทีคนเหล่านี้อาจจะแอบซ่อนอาวุธเอาไว้ก็ได้...

    “ผมขอไปห้องน้ำก่อนล่ะ....”   สึนะโยชิย่องและวิ่งออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ..  หน้าที่ของเขาเริ่มขึ้นหลังจากนี้ตะหาก  ไม่นึกเลยว่าพ่อคุณจะให้เขามาทำงานแบบนี้!!


    บอสวองโกเล่ถามทางไปห้องน้ำจากคนแถวนั้นแล้วแอบเดินตรงไปตามนั้น.. หนังสายลับจะมีฉากเข้าห้องน้ำแล้วปีนไปตามช่องแอร์ใช่มั้ยล่ะ.. เขากำลังจะทำแบบนั้นแหละ...    ย้อนความอธิบายแผนการต่อจากย้อนความแรก..   เพราะความหมั่นไส้เรื่องเจอแต่กล่องห่วยๆ  นอกจากขโมยโฉนดมากดดันไม่ต้องขอซื้อให้เสียเงิน   เข้าต้องแอบไปพังโรงงานเค้าด้วยนี่สิ...


    “คุณฮิบารินี่หัวรุนแรงชะมัดเลย....”    เข้ามาในห้องน้ำได้แล้วรีบมองหาช่องแอร์บนเพดาน  ไม่ลืมล็อกประตูห้องน้ำไว้ด้วย...  

    “เอาเหอะ... ก็ดีกว่าตอนเด็กๆ...”   ความคิดแบบนี้คงไม่มีในหัวของเมฆาผู้กระกายเลือดหรอก  นี่เพราะโตแล้ว และชั่วร้ายมากขึ้นแล้วไงล่ะ...

ชู้แบล็คเป็นตัวร้ายจริงๆด้วย.....
เขาไม่ได้เป็นคนผิดนะทำไมต้องมารับผิดชอบเนี่ย...



    ปฏิบัติการณ์ปีนเริ่มต้นขึ้น...  อาจารย์นักฆ่ามาเห็นต้องเป่าหัวเอาแน่ๆ..  บอสมาเฟียอิตาลีมาทำอะไรลับๆล่อๆเหมือนเป็นขโมยแบบนี้  มือเรียวพยายามแกะฝาปิดช่องแอร์ออก  หลายครั้งที่นึกว่าหนังสายลับหรือเรนเจอร์(?)ควรจะทำช่องเล็กๆให้คนลอดไม่ได้  ตอนนี้กลับคิดว่าดีแล้วที่ทำช่องใหญ่ๆ...   


    “แข็งชะมัดเลย...”  กระทุ้งอีกสองสามครั้งออกแรงโดยไร้เสียงไม่ให้คนภายนอกได้ยิน  ในที่สุดเปิดฝาออกมาได้ก็ปีนกลับลงมาเอามันวางกับพื้นแผ่วเบา... โจรมารยาทดี...

    “ลืมปิดเสียงโทรศัพท์...”  เพิ่งจะมานึกได้ก็รีบตั้งระบบสั่นเผื่อคุณสามี(?)โทรตาม   ปีนเพดานด้วยท่าทูน่าตะกายฝาเข้าไปในช่องแอร์ได้สำเร็จ....


    ยังคงเป็นเรื่องชู้เรนเจอร์ไม่ได้กลายเป็นหนังสายลับเรื่อง 0027 หรืออะไรแบบนั้นแต่อย่างใด..   เส้นทางในช่องระบายอากาศนั้นช่องแคบให้เจ้าทูน่าคลานไปเรื่อยๆและส่องลงมาตามร่องเพื่อมองว่าที่นี่คือที่ไหน...   สายตามองผ่านไปตามร่องระบายอากาศของห้องหนึ่ง มองเห็นภาพผู้พิทักษ์เมฆากำลังหาเรื่อง(?)พวกยากูซ่าอยู่...


    “ไถเงินที่อื่นมาตั้งเยอะแยะ  จะเอามาซื้อที่เค้าก็ได้แท้ๆ...”   เนตรกลมมองด้วยความเหนื่อยหน่าย อ๋อ... เขาลืมไปว่านั่นไม่ใช่วิสัยของรุ่นพี่เขา... ย้อนกลับไปอ่านที่เคยบรรยายไว้ก่อน..

    สึนะโยชิคลานไปตามช่องอีกครั้ง   ถ้าไม่กลัวมีปัญหากันทีหลังเขาจะไม่มาที่นี่หรอก..  ที่ปั๊มกล่องอยู่ไหนไม่รู้  แต่เขามองผ่านร่องช่องหนึ่งพบว่าที่นี่น่าจะเป็นห้องเก็บเอกสาร..  “งั้นไปเอาโฉนดที่ดินก่อนดีกว่า”  

    มือเรียวทำตัวเป็นขโมยๆค่อยๆถอดเอาที่ปิดออกอีกครั้ง   มองลงไปข้างล่างแล้วมัน...  สูงชะมัด...  “กลัวอะไรสึนะโยชิ!”   เคยโดดโฉบตกตึกก็รอดมาได