drama

[wwwtanFic] Confliction III (DP)

posted on 22 Apr 2011 13:55 by ayafee in Fiction
Warning!!!
 
Shonen -Ai (?)  Only!!
ผู้ที่รับไม่ได้กดกากบาทออกจากบล็อกไปเลยนะคะ
 
เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการของจขบ.เท่านั้น = =+
 
เป็นเรื่องสมมติที่เกิดขึ้นไม่ได้พาดพิงสิ่งใดเป็นพิเศษ =[]=!
 
 
หายไปหนีเที่ยวสงกรานต์กับก่อนสงกรานต์นานไปหน่อยเลยไม่ได้มาต่อ.. พักยาวเลยทีเดียวจากที่เดือนก่อนปั่นฟิคทั้งเดือนไม่ได้ไปไหนเลยนอกจากงานหนังสือวันเดียวกับไปงานแคป = ="   บิ๊วคุณดราม่ากับคุณพันทิพย์กลับมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง จากที่ระหว่างไปเที่ยวคิดไว้หลายอย่าง  แต่ว่าไม่สะดวกเขียนต้องจดเอากันลืมเอาไว้  พอกลับมาก็ไปหาหมอหลายวันเข้าออกโรงบาลเช็คเลือด เลยไม่ได้เขียนเลย.... 
 
เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า ไม่อยากจิตตกและกังวลอย่าไปตรวจร่างกาย ก๊าก  ถ้ามันมีซักนิดโดนลากยาว...
 
 
 
 
wwwtan คืออะไร?
 
อ้างอิง >> Link <<  คือการเปลี่ยนเว็บไซด์ต่างๆให้มีภาพลักษณ์แบบมุนษย์ขึ้นมา  ลักษณะเดียวกับเฮตาเลียที่เปลี่ยนประเทศให้เป็นคน 
 
แนะนำตัวละคร
 
อ้างอิงรูปจากคุณ Bloody berry  และคุณ Klunatic
 
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Title :  Confliction
Fandom : WWWtan
Genre : Drama(?) , Romance(?)
Pairing : Drama x Pantip

---------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
A Touch of Friendship
โลกที่มีคุณภาพสมบูรณ์แบบ แก้ได้ทุกปัญหาที่เกิดขึ้น


มนุษย์ทุกคนน่ะชอบเห็นความขัดแย้งทั้งนั้น
เพียงแค่หลอกตัวเองว่าเป็นคนดีเลิศก็เท่านั้น

ผมไม่คิดจะเป็นเหมือนคุณ
ฉันเพียงแค่เก็บเกี่ยวสิ่งที่ต้องการจากนาย


    ในหนึ่งวันนั้นโลกไซเบอร์มีการติดต่อสื่อสารกันระหว่างเว็บไซด์มากมายเสียจนไม่อาจนับออกมาเป็นตัวเลขได้   เปรียบได้กับตึกบริษัทแห่งหนึ่งที่มีการเข้าออกของผู้คนในทุกวินาที   เพื่อการจัดระเบียบในการเข้าถึงพื้นที่ของตน ชายหนุ่มเรือนผมสีดำขลับซึ่งสวมแว่นตาอยู่เสมอราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายนั้นจึงมีการคัดกรองเข้ามาในพื้นที่ด้วยการทำบัตรผ่าน หรือการส่งข้อมูลส่วนตัวมาให้ตรวจสอบ

    เอกสารสีขาวกองเรียงรายบนโต๊ะทำงานสีเข้ม   สายตาของพันทิพย์จดจ้องอ่านข้อความเหล่านั้นพร้อมทั้งรับโทรศัพท์ไปพร้อมกัน   จัดการกับเอกสารและโทรศัพท์เสร็จสิ้นจึงเดินไปอีกห้องเพื่อจัดระเบียบอมยิ้มในชั้น  ดวงตาสีขนกานั้นนิ่งไปในครู่หนึ่ง ช่างน่าแปลกใจที่บางชั้นนั้นมีจำนวนลดลง..  ทั้งที่นำมาเพิ่มแล้ว...


    “เพราะอะไรกันนะครับ...”   ทั้งๆที่คอยดูแลอยู่ทุกวี่วัน ..  ยามแลมองออกไปนอกหน้าต่างนั้นแลเห็นสิ่งมีชีวิตมีปีกชนิดหนึ่งเต็มไปหมด...

    “เอาอีกแล้ว..”  พันทิพย์เหล่มองด้วยสายตาที่แสนเหนื่อยหน่าย ...   แม้กั้นรั้วมากเท่าใดก็คงไม่เพียงพอในเมื่อพวกมันเข้ามาทุกเช้าเที่ยงเย็น..


    ในช่วงหลายวันมานี้เปรียบได้ดั่งวันที่แสนสับสนของพันทิพย์    เฟซบุ๊คซึ่งเปรียบเหมือนมิตรแท้คนกลางของคนทั่วโลกไซเบอร์ได้ส่งรายงานความไม่พอใจในตัวพันทิพย์มาถึงมือ  คำพูดปริศนาของคู่อริสุดแสนเกลียดชังได้เป็นจริงมากขึ้น.... ความขัดแย้งในห้องครัวก่อให้เกิดความวุ่นวายจากการรุกรานของเล้าสัตว์มีปีกปริศนา


    “ไม่ว่ายังไง.... ผมก็ต้องคลี่คลายปัญหาไปได้อย่างเคย”   ตนผู้เปรียบดั่งคลังสมุดแห่งปัญญา   ไม่ว่าเกิดปัญหาใดก็ต้องผ่านไปได้...

    ความฝันที่ตามหลอกหลอนในทุกค่ำคืน...  อมยิ้มที่ร่วงหล่นไปสู่มือของใครบางคนในความมืด  “เพราะผมเกลียดมาม่านัก...” 


    นัยน์ตาใต้กรอบแว่นนั้นจดจ้องออกไปนอกหน้าต่าง   ชายหนุ่มที่แสนเคร่งขรึมนั้นราวกับมีไอยะเยือกเย็นแผ่ออกมา  จะสูญเสียความเยือกเย็นไปไม่ได้เด็ดขาด...หากแต่มือนั้นเผลอบีบหักอมยิ้มสีเหลืองสดแหลกสลายร่วงหล่นลงไปกับพื้นอย่างไม่รู้ตัว 


    “ผมจะมาสมัครอมยิ้มครับ...อ่ะเอ่อ....”  ชายหนุ่มอายุอานามมากพอจะทำบัตรประชาชนได้ก้าวเดินมาในห้องทำงานและถึงกับชะงักเมื่อเห็นซากอมยิ้มบนพื้นนั่น...

    “สวัสดีครับ  ยินดีต้อนรับสู่สังคมคุณภาพ”  ขยับแว่นตาพลางผินหันมองหน้าผู้มาเยือน  เศษซากสีเหลืองสดซึ่งเกลื่อนกลาดบนพื้นนั้นก่อให้เกิดความลังเล...

    “เอ่อ... ผมมีธุระนิดหน่อย  อาจจะเอาเอกสารมาส่งใหม่พรุ่งนี้นะครับ”  โค้งและเดินหนีออกไปสร้างความประหลาดใจให้กับคนมองยิ่งนัก 

    “ช่างเถอะครับ..”  ถอนหายใจหน่ายๆ  ตวัดกายหันไปเปิดตู้เพื่อหามื้อเที่ยงที่ทางครัวจัดมาให้   แน่นอนว่าในตู้นั้นเต็มไปด้วยมาม่าพร้อมจะให้ใครบางคนมาเอาไป....


    ทั้งๆที่ควรอยู่ไกลกลับรู้สึกเหมือนมาอยู่ใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ   15 ปีที่ตนคงอยู่เพื่ออุดมการณ์ของตนเอง  มันเริ่มวุ่นวายและสับสนมากขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่เมื่อใดกัน...  หากแต่ในปัจจุบันหลังจากการปรากฏตัวของบุรุษซึ่งเป็นดั่งมารร้ายนั่น.. เพียงขยับก้าวพลาดเพียงครั้งเดียว...ทุกอย่างก็แลดูแย่ไปเสียหมด...


เหรียญนั้นมีสองด้านเสมอ
คนทุกคนมีอีกด้านหนึ่งของตัวเอง

โลกที่ฉันต้องการคือโลกด้านที่สวยงามนั่น...


    ห่างไกลจากพื้นที่ซึ่งมีความวุ่นวาย  ข่าวสารเรื่องการรุกรานของสัตว์มีปีกในพื้นที่ของพันทิพย์ได้แพร่กระจายไปทั่วโลกไซเบอร์ด้วยการกระจายข่าวของนักข่าวอย่างทวิตเตอร์และผู้ชอบแบ่งปันอย่างเฟซบุ๊ค   คงมีเพียงชายหนุ่มผมสีเงินดวงตาสีฟ้าเท่านั้นที่ยินดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้

    ดราม่าถือถ้วยมาม่า รับประทานอาหารในมืออย่างเอร็ดอร่อยขณะนั่งเล่นในสวนสาธารณะ  ใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มของผู้กระหายในความขัดแย้งของผู้คนช่างสดใสกว่าที่เคย   เป้าหมายเล่นสนุกของเขากำลังสูญเสียความเป็นตัวเองไปเรื่อยๆแล้วสินะ


    “ก็บอกแล้ว ว่าโลกนี้มันประกอบไปด้วยความขัดแย้งของผู้คน”   เป็นไปตามที่ตนคิดเอาไว้ไม่มีผิด  เหตุการณ์ได้ลุกลามไปอย่างที่มีคนฝากข้อความไว้บนกระดาน ShoutMix เพื่อบอกตน


    ShoutMix  เป็นชายหน้าตาเรียบๆสวมเสื้อสีเขียวสลับเทาถือกระดานหลากสีแล้วแต่ผู้คนที่เข้ามาขอให้จัดสรรให้   ทำหน้าที่แจกจ่ายและจำหน่ายกระดานฝากข้อความไปทั่วโลกไซเบอร์  อาจเปรียบได้กับไปรษณีย์หรือผู้ทำประกาศก็มิปาน...


    “มีแต่คนอยากเห็นคนตีกันทั้งนั้นล่ะ  นายเองจะหนีไปไหนก็หนีไม่พ้น”  ยิ่งหนีกันและกันมากเท่าใด.. ก็ยิ่งใกล้กันยิ่งกว่าใครอยู่ดี...


    ซดน้ำมาม่าหมดถ้วยจึงโยนทิ้งลงในถังขยะและเปิดสมุดบันทึกหาเบาะแสความขัดแย้งต่อไป  อาหารมื้อเที่ยงควรจะเป็นที่ไหนดี..   “นายกับพันทิพย์โด่งดังไปทั่วโลกไซเบอร์แล้วนะนั่น”   เจ้าของเส้นผมสีน้ำเงินสวมหมวกมีปีกและนกน้อยสีฟ้าเดินมาทักทาย

    “ ทวิตเตอร์เองเหรอ  ฉันก็แค่ทำหน้าที่ตีแผ่อย่างที่ทำเสมอๆ  ไม่ได้สุมไฟซะหน่อย”  ผิวปากราวกับเป็นเรื่องที่ห่างไกลตัวยิ่งนัก

    “เรื่องราวที่ฉันได้ยินจากหูฟัง มีแต่คนบอกว่าพันทิพย์เริ่มเสียศูนย์กันทั้งนั้น”  ยกมือขึ้นจับหูฟังเพื่อรับฟังเสียงมากมายในโลกไซเบอร์แห่งนี้...

    ริมฝีปากคมหยักยิ้มที่มุมปาก  “ช่วงนี้ฉันเลยมีทั้งมาม่าเป็นอาหารมื้อหลัก  มีทั้งอมยิ้มเป็นของหวานสบายใจเฉิบ”   สีหน้าราวกับผู้ชนะนั้นขับให้ทวิตเตอร์จ้องมองนิ่ง..

    “นายนี่...  ชอบเห็นคนอื่นตีกัน  โดยเฉพาะคู่กรณีที่เป็นพันทิพย์นายคงชอบเป็นพิเศษเลยสินะ”  ราวกับเป็นแหล่งความสุขอันแสนสำราญใจ... 

    ดราม่ายักไหล่ปานมันเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ  “ฉันก็มีอุดมการณ์ของฉันเหมือนกันล่ะน่า”  ในสีดำสนิทนั้นย่อมมีบางจุดที่ไม่ใช่สีดำกระมัง...

    ชายหนุ่มต่างชาติซึ่งมีนกเกาะบนศีรษะทำสีหน้าราวกับไม่เชื่อถือ กระนั้นแล้วแต่ละคนหรือเว็บไซด์ล้วนมีอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน  “งั้นอุดมการณ์ของนายคืออะไรกันล่ะ”  หยิบกระดาษกับปากกาเตรียมจดเพื่อส่งข้อความไปยังอีกหลายร้อยหลายพันคนที่ต้องการรู้เรื่องและ RT ต่อไป...

    “ฉันจะไม่ประจารคนเพื่อความต้องการของตัวเอง  และให้ใครมาหลอกใช้ฉันเพื่อประจารคนเพื่อความแค้นส่วนตัวของตัวเองล่ะมั้ง~”   ทีเล่นทีจริงเกินจะรู้ว่าคือความจริงหรือไม่...


เหรียญนั้นมีสองด้านเสมอ
คนทุกคนมีอีกด้านหนึ่งของตัวเอง

ฉันต้องการให้ผู้คนได้ยอมรับถึงอีกด้านของเหรียญนั่น...


    พันทิพย์..   คู่อริซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันเสมอ  ฉันชอบนาย  ชอบที่จะเห็นนายขัดแย้งในตัวเอง  ชอบมากยามที่เห็นนายหลบหนีมาม่าแต่ไม่อาจหยุดยั้งมันได้  ยิ่งตัวนายในตอนนี้ที่เริ่มสูญเสียความเป็นตัวเอง  ช่างสร้างความสำราญใจให้กับตัวฉันนัก...  ฉันชอบนายมากจริงๆ...


    “ฉันจะไปหาพันทิพย์ตอนไหนดีนะ  หรือรอให้เสียศูนย์จนถึงที่สุดก่อนดี~”  หัวเราะขำขำในอารมณ์   ไม่อาจระงับความสนุกนี้ได้เลย

    “ขอเป็นอีกคนที่ขอบอกว่าสงสารพันทิพย์จริงๆที่มาเจอกับนาย”   พ่อหนุ่มนักข่าวส่ายใบหน้าไปมา  คงเป็นโชคดีที่ตนเป็นเพียงนักข่าว และไม่มีทางไปเป็นแหล่งอาหารให้กับดราม่าได้

    “ต่อให้ไม่มีฉัน  พันทิพย์ก็ต้องกินมาม่าด้วยตัวเองอยู่ดีล่ะน่า อย่ามาโทษกัน”  เพราะมนุษย์ทุกคนมีด้านมืด ไม่อาจสมานฉันท์กันไปได้ 100% หรอก

    “ระหว่างนั้นก็ไปกินมาม่าที่เด็กดีซะสิ  ได้ยินคนพูดกันว่ากำลังเขียนนิยายวายเรทแปะในที่สาธารณะแล้วมีคนต่อต้านอยู่”  ช่วย RT ข้อความมาให้ตามหน้าที่การสื่อข่าวที่ดี..

    “คงไม่ใช่เรื่องของฉันกับพันทิพย์หรอกนะ?”  ทวิตเตอร์ฟังและส่ายใบหน้าไปมา  ไม่ได้หมายถึงไม่ใช่แต่หมายถึงไม่ทราบ..

    “เอาไว้ก่อนแล้วกัน  ฉันกะว่าจะไปตามเก็บอมยิ้มน่ะ~ ♥”   โบกมือแกร่งลานักข่าวแห่งโลกไซเบอร์ซึ่งรับข่าวสารจากทั่วโลกได้อย่างว่องไวที่สุด   แลบเลียริมฝีปากด้วยความกระหายเมื่อนึกถึงความสนุกที่จะได้รับในหลังจากนี้..  พันทิพย์.. นายกำลังทำสีหน้ายังไงอยู่นะ...


ณ เวลานี้เริ่มรู้สึกถึงด้านมืดของตัวเองหรือเปล่า
รู้สึกถึงความผิดพลาดในการตีกรอบของนายหรือเปล่า

รู้ถึงความผิดพลาดของตัวเองแล้วหรือยัง...


    สังคมคุณภาพ  สังคมที่ตัวฉันเฝ้าใฝ่หา  ปัญหาใดที่เกิดขึ้น ข้อสงสัยใดที่เกิดขึ้นในใจ ไม่ว่าใครกับโลกใบนี้ล้วนแต่พึ่งพาตนและสามารถหาคำตอบที่เหมาะสมไปได้...  จากเหตุการณ์หนึ่งที่ไม่คาดฝัน ใยจู่ๆจึงกลายเป็นความวุ่นวายแบบนี้ไปได้.... 

    ห้องทำงานนั้นเปี่ยมด้วยบรรยากาศความตึงเครียด  พันทิพย์ซึ่งสวมชุดสูทสีดำเข้มยืนอยู่ข้างหน้าต่างพร้อมกับถืออมยิ้มจำนวนหนึ่งไว้ในมือ  สีหน้าที่แสนเรียบเฉยแฝงไว้ด้วยความกังวลและขุ่นเคืองใจ   บนพื้นห้องนั้นเต็มไปด้วยเศษซากของสีเหลืองเกลื่อนพื้นโดยที่ไม่สังเกตมองดู..


    “ไม่ลดลงเลยสินะครับ...”  ทอดสายตามองออกไปภายนอกกระจกหน้าต่าง... มันกลับมากขึ้นเรื่อยๆ  เจ้าสัตว์ปีกที่เข้ามาในเขตรั้วตึก..  ราวกับมหันตภัยที่มีสัตว์ร้ายรุกรานเข้ามา...

    “คุณพันทิพย์มีจดหมายจากเฟซบุ๊คส่งมาถึงอีกแล้วครับ”  ผู้ช่วยคนหนึ่งเดินเข้ามาและออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะโดนไล่ออกไป   การเอ่ยชื่อเฟซบุ๊คในสถานที่นี้นั้นเป็นเรื่องต้องห้าม..

    จดหมายที่ส่งมาถึงมือนั้น.. ข้อความที่เฟซบุ๊คได้รับฝากมานั้น... บ่งบอกถึงความไม่ไว้วางใจในตัวเขา   “เพราะอะไรกันครับ...”  จำนวนคนที่แคลงใจในตัวตนของเขาจึงเพิ่มขึ้น...

    เผลอหักอมยิ้มในมือร่วงหล่นลงไปอีกครั้ง...    “ทำไมกันครับ...”   ทำไมทุกคนจึงแสดงด้านมืดในใจออกมาราวกับเห็นด้วยกับชายคนหนึ่ง....


    มาม่าที่ตนแสนเกลียดยิ่งนานวันมันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น  ยิ่งมากขึ้นเท่าใดยิ่งต้องพบเจอกับผู้ชายคนนั้นมากขึ้นเท่านั้น   ทั้งๆที่สั่งห้ามไม่ให้เข้ามาก็จะเข้ามาหน้าตาเฉย  หยิบขโมยของภายในนี้ออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต  และในยามนี้ก็มีคนแคลงใจในตัวเขาอีกเหรอ...ทั้งๆที่ตนก็เป็นเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นเสมอมา...


ตนนั้นเฝ้าใฝ่หาสังคมคุณภาพ....


    เศษอมยิ้มชิ้นเล็กชิ้นน้อย  ยิ่งแตกสลายไปมากเท่าใด  ข้างนอกหน้าต่างนั่นผู้บุกรุกก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น...  ดวงตาสีนิลใต้แว่นตาทอประกายวาวโรจน์...  “เพราะอะไรกัน....”


ตนนั้นสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกอย่าง...


    “เพราะอะไรกัน...”  ทั้งๆที่แก้ปัญหาทุกอย่างด้วยความเยือกเย็น...  ทั้งๆที่จัดเรียงอมยิ้มไว้ในชั้นอย่างเป็นระเบียบ...

    ขว้างอมยิ้มในมือกระแทกเข้าผนังด้วยความโกรธเคือง   มาม่าของพวกนั้นตนไม่ต้องการแม้เพียงนิด  ไม่อยากจะลิ้มลองลิ้มรส ไม่อยากเห็นอยู่ในสายตา..  ข้อความจากคู่อริก็ไม่อยากเห็น  ต้องการลบเลือนมันไปให้หมด..  ต้องการหยุดปัญหาก่อนจะวุ่นวายไปกว่านี้แต่ทำไม.....


ทั้งๆที่ตนต้องเป็นแบบอย่างของคนอื่น...


    “การหยุดยั้งปัญหาก็ถูกต้องอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ...”   เพราะนั่นคือโลกในอุดมคติ.....

    พันทิพย์คว้าเอาอมยิ้มบนโต๊ะไม้ขว้างโยนกระแทกกับพื้นห้องอย่างบ้าคลั่ง  คล้ายกับสูญเสียความควบคุมไปในครู่หนึ่ง  ความสับสน ความโกรธ ความเศร้า ความกังวลหลอมรวมกันให้สูญเสียความเยือกเย็นเป็นตัวของตัวเองไป.. ไม่อาจคิดหาทางออกไปมากกว่านี้... ทำไมทุกคนต้องบีบคั้นผมด้วย....


    “น่าสงสารอมยิ้มพวกนั้นจัง  กลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของนายไปซะแล้ว”  เสียงอันน่ารังเกียจแว่วผ่านเข้ามาในโสตประสาท  พันทิพย์สะบัดใบหน้าหันแลมอง...

    เพียงจ้องมองด้วยความเงียบ  แม้สีหน้านั้นจะเรียบเฉยและเยือกเย็นอย่างที่เป็น  ดวงตาสีฟ้านั้นได้มองผ่านเข้าไปเห็นความร้อนรน  “กลัวงั้นเหรอพันทิพย์  กลัวฉันงั้นเหรอ?”

    “ใครกลัวคุณกันล่ะครับ  ผมเกลียดคุณตะหากล่ะ   กรุณาออกไปจากห้องทำงานของผมด้วย”  เขม็งมองด้วยสีหน้าไม่พอใจพลางเดินหนีไปทางอื่น

    “นี่ฉันอุตส่าห์จะมาเตือนสตินายเลยนะเนี่ย ♥”   ดราม่าเดินตามและเอื้อมมือไปโอบรอบลำคอร่างโปร่งจากเบื้องหลัง  เป่าลมใส่ใบหูกลั่นแกล้งให้ประสาทเสีย

    “อย่ามาเล่นบ้าๆกับผมนะครับ ผมไม่ชอบ”  ขยับเหยียบเท้าด้วยส้นรองเท้าหนังอย่างรุนแรง   คนโดนกระทำสะดุ้งตกใจแต่มิได้ผละวงแขนออกไปง่ายๆ   ยิ่งรัดให้แน่นกว่าเดิมคล้ายกับการล้างแค้น

    “อย่างคุณไม่มีทางมาเพราะจุดประสงค์ดีแน่ๆครับคุณดราม่า  มีแต่จะมาซ้ำเติมผมเสียมากกว่า”   ภาพพจน์ของคนที่แสนเกลียดชังย่อมไม่มีดีในสายตาของกันและกัน... 

    พ่อหนุ่มผมเงินผิวปากหยอกล้อ  สมแล้วที่เป็นคนหัวแข็งและฉลาดเฉลียวอย่างคนที่ตนชอบ  “รู้ตัวด้วยแฮะ~   งั้นนายลองมองดูห้องนี้ดีๆสิ~”   

    ชายผมดำยกนิ้วขึ้นขยับแว่นตาไม่ยอมทำตามคำสั่ง  สองอรินั้นไม่มีใครยอมกัน  “ทำไมผมต้องทำตามที่คุณบอกด้วยล่ะครับ  คุณตั้งใจจะมาเอามาม่าไป ถ้าเสร็จธุระแล้วก็ออกไปเสียเถอะ” 

    “แหมๆ  ครั้งนี้ฟังคำพูดฉันบ้างก็ได้นะพันทิพย์  นายจะได้เลิกหนีความจริงไงล่ะ”  คลายวงแขนออกข้างหนึ่งและชี้ไปยังพื้นห้องอันเต็มไปด้วยผลงานจากความบ้าคลั่งนั่น...

    “ไม่เห็นซากอมยิ้มในห้องนี้บ้างเหรอ  ฝีมือนายน่ะ ♥”  คำพูดเรียกให้นัยน์เนตรสีเข้มต้องเบิกกว้าง....


    ยามเมื่อทอดมองภาพห้องทำงานที่แสนจะธรรมดาใหม่อีกครั้ง.. ใยบนพื้นห้องนั้นจึงเต็มไปด้วยเศษซากสีเหลืองสดของอมยิ้มกระจายกระจายทั่วห้องไปหมด.. ฝีมือของใครกัน.. ใครเป็นคนทำ.. เกิดขึ้นได้อย่างไร... มีสิ่งใดเกิดขึ้นกันนะ.. ทำไมจึงมีซากอมยิ้มมากมายขนาดนี้ได้....


    “นี่มัน.....”  มันเป็นไปไม่ได้.......

    “ตกใจมั้ย?  นายก่อมาม่าด้วยตัวเองจนฉันสนุกมากเลยล่ะ ♥”   น้ำเสียงยียวนกระซิบแผ่วที่ข้างหู   ทั้งๆที่ตนเกลียดเรื่องพวกนี้มากกว่าอะไรทั้งหมด.....


เศษซากอมยิ้มบนพื้นนั้นใครกันเป็นคนทำ....
ด้วยมือสองข้างนี้เขาเป็นคนทำงั้นเหรอ....

ที่ภายนอกนั้นเต็มไปด้วยผู้รุกรานนั้น...เพราะใครกัน..
เป็นเพราะสองมือนี้งั้นหรือ....

ทั้งหมดนี้..เขาเป็นคนก่อเอง.....


    พันทิพย์จ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยมือสองข้างที่สั่นไหว   ในชั่วขณะที่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองเขาได้ทำอะไรลงไป...  ดวงตาเบิกค้างร่างกายไม่อาจขยับไหวคล้ายกับโดนสาปให้เป็นหิน... หนาวยะเยือกไปถึงข้างในจิตใจเบื้องลึก... เขาได้กลับเหรียญเป็นอีกด้านด้วยตัวเอง...


    “จะโทษว่าเป็นเพราะฉันไม่ได้นะ  ฉันเป็นแค่คนถ่ายทอดเฉยๆ”  ปล่อยร่างโปร่งผมดำให้เป็นอิสระและอ้อมมายืนตรงหน้า   รอยยิ้มราวกับเป็นผู้ชนะนั่นช่างบาดลึก...

    “นายทำให้ฉันสนุกได้เสมอเลยพันทิพย์  ฉันชอบนายสุดๆเลย”   หย่อนกายลงหยิบเศษอมยิ้มขึ้นมาถือไว้คล้ายกับยั่วยุให้ฝ่ายตรงข้ามอารมณ์เสีย 


ผู้ชายที่อยู่ตรงข้ามแต่ช่างใกล้กันกว่าใคร....

    คนหนึ่งพยายามหลบหนี  คนหนึ่งพยายามเข้าหา  แต่บางอย่างนั้นกำหนดให้ต้องพบเจอกันอยู่ร่ำไป   โชคชะตานี้จำต้องดำเนินต่อไปตราบเท่าที่คนทั้งสองนั้นยังคงเกี่ยวข้องกับมาม่าและความแตกต่างทางอุดมการณ์    หนีไม่พ้นและไม่มีทางหนีไปได้...
 

    พันทิพย์ค่อยๆกำหมัดแน่นเปลี่ยนสีหน้าที่ตกใจนั้นกลับเป็นเยือกเย็น  ปัดมือแกร่งถืออมยิ้มนั่นออกห่างไป  “แล้วคุณต้องการอะไรจากผมอีกล่ะครับ?”  

    “ไม่ต้องการอะไรมากหรอกน่ะ  ฉันมาเยี่ยมเพราะจะมาเอามาม่าไปเฉยๆ”   เพราะนั่นคือสิ่งที่ตนกระหายและต้องการจากชายคนนี้มากที่สุด...

    “ปัญหานี่กำลังจะจบลงแล้ว  คุณคงไม่มีอะไรให้เล่นแล้วล่ะครับ”  แม้จะเสียใจกับสิ่งที่กระทำลงไปในช่วงที่ไม่รู้สึกตัวก็คงไม่อาจย้อนไป... ต้องแก้ปัญหาตรงหน้าต่อไป...

    “งั้นเหรอ น่าเสียดายจังแฮะ  นานๆทีจะเห็นนายเสียศูนย์ได้ขนาดนี้”  ทำท่าทางกวนประสาทด้วยการผายมือและยักไหล่   เก็บกวาดเอาอมยิ้มพวกนั้นใส่ในกระเป๋า... 

    นั่นคือจุดประสงค์ที่แท้จริงที่มาที่นี่สินะ   “ถ้าเสร็จธุระแล้วก็รีบกลับไปเลยนะครับคุณดราม่า”  ผ่อนลมหายใจถอนใจแผ่วเบา  มิได้ออกปากไล่อย่างชัดเจนอย่างที่เคยเป็น...

    “น่าแปลกใจจริงที่นายไม่ไล่ฉันเหมือนทุกที”  เงยหน้าขึ้นมองหลังจากเก็บอมยิ้มไปได้จำนวนหนึ่งเท่าที่จะพาไปได้  ของแถมคือมาม่าอีกสองสามถ้วย...

    “เพราะผมมีเรื่องต้องทำ  จะไม่ขอบคุณคุณหรอกครับ”  ไม่อาจคิดได้ว่าเป็นการมาเพื่อเตือนสติ  เป็นเพียงการมาเยือนเพราะเรื่องเดิมๆนั้น...


จงเยือกเย็นอย่างที่เคยเป็น...
แก้ไขปัญหาอย่างเยือกเย็นอย่างที่เคยทำมา...

เพื่อสังคมคุณภาพในอุดมคติที่ตั้งใจใฝ่ฝัน....


    พันทิพย์หยิบเอาอมยิ้มที่แตกเป็นเสี่ยงๆบนพื้นขึ้นมาถือไว้ในมือ   จดจ้องมองมันในครู่หนึ่งและนำมันไปวางบนโต๊ะเพื่อซ่อมแซมให้เป็นเหมือนเดิม...  ถึงแม้สิ่งที่แตกร้าวจะไม่อาจจะสมานเป็นดังเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบก็ตามที... แต่นั่นคือสิ่งที่ตนต้องทำ....


ทีละเล็กทีละน้อย...เพื่อฟื้นสิ่งที่ควรเป็นให้กลับมา...


    ดวงตาสีฟ้าทอดมองดูพลางหยักยิ้มที่มุมปาก   ช่างเป็นคนที่ดื้อรั้นและหาเหตุผลให้ตัวเองได้เสมอเหมือนเดิม  มองข้ามตนซึ่งเป็นอริและนั่งทำงานของตัวเองราวกับตนไม่มีตัวตนในห้องนี้อีกตามเคย...   จะบอกว่านี่สิพันทิพย์ที่เขาชอบก็คงได้กระมัง...


    “อมยิ้มบางส่วนนี่ฉันขอเอาไปเหมือนเดิมก็แล้วกัน  ส่วนที่เหลือนายจะเอาไปซ่อมก็ตามใจ”   ไม่มีเสียงตอบกลับราวกับไม่ต้องการสนทนาด้วยอีกตามเคย...

    ขยับเดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานสีเข้ม   ใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าของก้มสนใจเพียงงานตรงหน้าไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นบอกลากันบ้าง  “แล้วคราวหน้าฉันจะมาอีก”  

    “ไม่ต้องมาแล้วครับ ผมไม่ต้อนรับคุณ” ส่งเสียงทุ้มกลับมาอย่างว่องไว  ช่างไร้ความเป็นมิตร ชอบทำตัวเป็นคนโดดเดี่ยวเสียจริง

    ดราม่าส่งเสียงหัวเราะในลำคอพลางยื่นมือไปดึงแว่นตาใสนั่นออกเพื่อเรียกความสนใจ   “พูดเป็นล้านครั้ง ฉันก็ไม่ฟัง♥”


เพราะนายคือพันทิพย์ของฉัน....
   

    “จำไว้นะพันทิพย์  พวกเราน่ะเป็นเหมือนกระจกคนละด้านที่ตัดกันไม่ขาดหรอก”   นายยังคงจำเป็นสำหรับฉันอยู่...ตราบเท่าที่นายสามารถตอบสนองความต้องการของฉันได้...

    พันทิพย์ตวัดมือคว้าเอาแว่นตากลับคืนมา  สีหน้าบ่งบอกความไม่พอใจ   “ผมเกลียดคุณครับ”  เจ้าศัตรูที่มาอาจสมานฉันท์...

    “ไม่ใส่แว่นแล้วดูเครียดน้อยลงนิดนึง  แล้วเจอกันนะพันทิพย์ของฉัน♥”   โบกมืออำลาพร้อมกับระเบิดที่ทำให้ใบหน้าของผู้ฟังเปลี่ยนเป็นระเรื่อ...

    ชายหนุ่มผมดำสวมแว่นตากลับและตบโต๊ะเสียงดัง  “จะใส่แว่นไปชั่วชีวิตเลยล่ะครับ...”  ความเคอะเขินนั่นชวนให้ขำขัน

    “ซึนเดเระ~”  ร่างสูงผมเงินสวมหมวกได้จากไป    พวกเราทั้งสองนั้นยังไม่ถึงเวลาที่จะแยกขาดจากกันไปได้หรอก...

ผมเกลียดคุณ... ฉันชอบนาย..
เป็นวังวนที่ไม่สิ้นสุด....


    ตราบเท่าที่โลกใบนี้ยังคงมีสองด้าน  ตราบเท่าที่นายยังเฝ้าใฝ่หาสังคมในอุดมคติ  ตราบเท่าที่โลกนี้ยังคงมีมาม่า  นายและฉันยังคงอยู่ข้างหลังของกันและกันเสมอไป... ถึงแม้จะเป็นศัตรูหรืออริที่ไม่อาจรวมกันได้เช่นเดียวกับน้ำและน้ำมันก็ตามที...


ในโลกไซเบอร์อันกว้างใหญ่แห่งนี้...
ในโลกที่ผู้คนยังคงมีความขัดแย้ง...

คนหนึ่งผู้ชอบความขัดแย้งที่สุด
คนหนึ่งผู้เกลียดความขัดแย้งที่สุด


วันนี้อาจจะเปลี่ยนเป้าหมายไปทางอื่น
แต่อีกวันอาจจะกลับมาพบกันอีกอยู่ดี...

 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Free Talk :  อาจจะมีต่ออีกต่อไม่ก็จบแค่นี้ ก๊ากกกก  เพราะสามารถจบในตอนนี้ได้ แต่คงให้มีต่ออีกนิดเพื่อจะได้จบสมบูรณ์  ไม่น่าเชื่อว่าจะต่อมาได้ถึงสามตอนแล้วแฮะ...  ดองไปพักนึงเพราะหนีเที่ยวสงกรานต์ OTL"  พอเขียนอีกทีช่วงนี้อ่านดราม่าน้อยมากเลยเข้าไปเก็บข้อมูลใหม่บ้างแต่ใช้ข้อมูลเก่าจากเหตุการณ์เก่าอยู่ดี 
 
เขียนไปก็ตุ้มๆต่อมๆไปเพราะกลัวดราม่าเข้า ถ้ามันวายเกิ๊นนนนนน
 
 
อธิบายเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย 
 
- ในดราม่ามี Shoutmix เอาไว้แจ้งเบาะแสของดราม่า     เว็บนี้เอาไว้ทำบ็อกสนทนาในหน้าเว็บต่างๆ
- เหตุการณ์อมยิ้มสูญหายในพันทิพย์จำนวนมาก มาจากดราม่าเรื่อง -beep- สัตว์ปีกชนิดหนึ่ง
- ขณะที่เกิดเหตุการณ์นั้น มีคนตั้งกระทู้เรื่อง -beep- ในแต่ละห้องพันทิพย์จำนวนมากเหมือนฟลัดกระทู้และลองของ(?)
- หลังจบเหตุการณ์นั้น ได้มีการคืนอมยิ้มที่สูญหายไปให้กับคนที่โดนยึดไป
- เด็กดีดราม่าสาววายเป็นเรื่องเมื่อนานแล้ว เกี่ยวกับกลุ่มต่อต้าน R18 ในนิยายเด็กดี
- เฟซบุ๊คแฟนเพจไม่วางใจมาตรฐานของพันทิพย์จัดตั้งขึ้นทีหลังแฟนเพจพันทิพย์

[AyaFee]★[Byanism] View my profile

Created with flickr badge.