fanfic

[KurokoFic] Curious (711?) Quarter 0

posted on 06 May 2012 15:25 by ayafee in Fiction directory Fiction
ลองเขียนดู 555+    อย่าใส่ใจรหัสตัวเลข  เลขเสื้อน่ะค่ะ  พิมพ์ชื่อมันยาวเลยย่อ ก๊าก  เอนทรี่ดราฟไว้หลายวันแล้ว =3="
 
ไม่ค่อยเขียนเคะเงียบซักเท่าไหร =w="   
 
Title : Curious
Fandom : Kuroko no Basket
Genre : BL , Parody
Rating : PG
Pairing : Kise x Kuroko
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
มีคนบอกเอาไว้ว่าเพื่อนเก่านั้น...
เมื่อไม่ได้พบกันนานจะมีความรู้สึกอึดอัด....

ชมรมบาสเก็ตบอล โรงเรียนม.ต้นเทย์โค  ทีมสุดยอดแห่งความแข็งแกร่งซึ่งมีสมาชิกรวมมากกว่า 100 คน  และเป็นแชมป์การแข่งขัน 3 สมัยซ้อน   ท่ามกลางประวัติการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมนั้น  มีทีมของอัจฉริยะทั้ง 5 คนซึ่งถูกเรียกขานว่า  "ทีมแห่งปาฏิหาริย์"   แต่ทว่า... กลับมีข่าวลือประหลาดอยู่เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับทีมปาฏิหาริย์  สมาชิกซึ่งไม่มีใครรู้จัก  ไม่มีแม้แต่ประวัติการแข่งขัน  สมาชิกหนึ่งคนที่ได้รับการยอมรับจากอัจฉริยะทั้ง 5 เรื่องของ "ผู้เล่นปีศาจคนที่ 6"


และเวลานี้...สมาชิกทีมปาฏิหารย์และผู้เล่นปีศาจคนที่6คนนั้น
กำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนกันนะ?


“คิเสะคุง   พาผมมาที่นี่ทำไมน่ะ?”
“เงียบๆหน่อยคุโรโกจจิ  เดี๋ยวก็โดนเจอหรอก”


เบื้องหลังของพุ่มไม้เรียงตัวยาวคล้ายกำแพงเต็มไปด้วยเด็กสาวในชุดนักเรียนหลากหลายแบบ   ในมือของพวกเธอมีทั้งโทรศัพท์มือถือเปิดกล้องถ่ายรูป  กระดาษสี  นิตยสารแฟชั่น  และพวกเธอเหล่านั้นก็กำลังหันซ้ายหันขวามองหาใครสักคนกันอย่างพร้อมเพรียง

อีกฝั่งหนึ่งของพุ่มไม้เป็นภาพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง    เด็กหนุ่มสองคนในชุดนักเรียนต่างโรงเรียนกันนั่งกอดเข่าคุดคู้ทำตัวให้ลีบที่สุดเพื่อไม่ให้อีกฝั่งหนึ่งเจอตัว   โดยที่ชายผมสีเหลืองสดจับศีรษะของร่างเล็กกว่าเอาไว้ เพื่อไม่ให้โผล่ศีรษะไปให้ใครสังเกตเห็น 


“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ  ผมไม่จำเป็นต้องซ่อนด้วยนี่ครับ”    ใบหน้าของหนุ่มผมสีฟ้าอ่อนราบเรียบไร้อารมณ์   ชวนให้คนฟังชอกช้ำเหลือคณา

“อะไรกัน!?  คุโรโกจจิจะทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวในสถานการณ์แบบนี้น่ะเหรอ โหดร้าย!”    ร่างสูงกว่าหันตรงมาส่งสายตาออดอ้อน  

“บอกให้ผมเงียบไม่ใช่เหรอคิเสะคุง”    สิ้นคำท้วงติง  นักเรียนหนุ่มในชุดนักเรียนสีเทารีบเงียบปาก   แล้วทั้งคู่ก็เงียบกันไปพักใหญ่  

“คิเสะคุงหายไปไหนเนี่ย เมื่อกี้ยังเห็นอยู่เลย  พวกเธอมองหารอบๆเร็วๆ!!”   กลุ่มหญิงนักล่ากวาดสายตามอง   ดูเหมือนพวกเธอจะไม่ยอมแยกย้ายกันไปเสียที 


เด็กหนุ่มทั้งสองตกอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร
เรื่องนั้นจำต้องย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน


    “แยกย้ายกันกลับบ้านตรงนี้ล่ะ   เจอกันพรุ่งนี้!!”

    นักเรียนหนุ่มรูปร่างบ่งบอกว่าเป็นนักกีฬาหันบอกพ้องเพื่อนด้านหลัง   ในกลุ่มสมาชิกเหล่านั้นต่างมีกระเป๋ากีฬาประจำตัวบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นสมาชิกของชมรมกีฬาบางอย่าง   และบางส่วนก็แต่งกายด้วยชุดวอร์มซึ่งมีชื่อโรงเรียนสลักไว้ด้านหลัง  ชื่อของโรงเรียน   “ไคโจ”


    “งั้นไปล่ะรุ่นพี่  เจอกันพรุ่งนี้”     เด็กหนุ่มผมเหลืองสวมตุ้มหูโบกมือลารุ่นพี่ร่างเล็กกว่า     หลังแยกจากเพื่อนร่วมทีมเพียงไม่ถึง 5 นาที  ก็มีนักเรียนหญิงโรงเรียนอื่นพุ่งตรงเข้ามาหา

    “ขอลายเซ็นหน่อยนะคะ!  ฉันเป็นแฟนคิเสะคุงค่ะ!”    เธอรวบรวมความกล้ายื่นสมุดโน้ตว่างแปล่าพร้อมปากกาให้

    คิเสะรับกระดาษและปากกามาบรรจงเซ็นชื่อลงไปโดยไม่ปริปากบ่น     “ได้ๆ  ฮ่ะๆๆ”  แต่เมื่อมีคนที่หนึ่งก็ย่อมมีคนที่สอง สาม สี่ และห้า ตามมาอีกเป็นขบวนปานโรคติดต่อ 

    “อ่า.....มากันเต็มเลยแฮะ....”   เงยหน้าขึ้นจากกระดาษในมืออีกที   รอบกายของเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็กลายเป็นทะเลสาวๆขนาดหย่อมๆ  

    “คิเสะคุง  เซ็นให้ฉันด้วย/ขอถ่ายรูปหน่อยนะคะ!”   โชคยังดีที่เขามีร่างกายสูงใหญ่เป็นนักกีฬา  จึงไม่ถูกกลืนหายไปกับกำแพงที่รุมล้อม  


    คิเสะ เรียวตะ   นักเรียนมัธยมปลายปีที่ 1 อดีตสมาชิกทีมปาฏิหาริย์  ปัจจุบันนักกีฬาบาสเก็ตบอลตัวจริงของโรงเรียนมัธยมไคโจ  นอกจากเรื่องความเป็นอัจฉริยะในทางบาสเก็ตบอลแล้ว  เจ้าตัวยังเกิดมารูปร่างหน้าตาดีและเป็นนายแบบ  เหตุการณ์แบบนี้จึงเกิดขึ้นเป็นประจำและทุกสถานที่ 

    และเหมือนสวรรค์มาโปรด  ดวงตาสีเหลืองนั้นได้หันไปเห็นผู้ช่วยเข้า   ตัวตนที่แสนจืดจาง นักเรียนชายผมสีฟ้าอ่อนในชุดนักเรียนกักคุรันสีดำ  สีหน้าไร้อารมณ์ยากจะเดาความคิด  เจ้าตัวกำลังเดินดิ่งไม่สนใจผู้คน และไม่มีผู้คนสนใจตรงไปข้างหน้าเรื่อยๆ


    “โทษทีนะ  พอดีฉันนัดเพื่อนเอาไว้  ไว้โอกาสหน้าจะเซ็นให้นะ”   เขารีบส่งกระดาษขอลายเซ็นและปากกาคืนให้กับเด็กสาว  พร้อมกับออกวิ่งแหวกกลุ่มกำแพงตรงไปหาเพื่อนเก่า 

    “อ๊า!!!  เดี๋ยวก่อนคิเสะคุง!!!”   ไม่สนใจเสียงไล่หลัง   พุ่งตรงเข้าหานักเรียนหนุ่มตัวเล็กกว่าในทันที  

    คนที่โดนรุดเข้ามาหาหันมองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง  ไร้ซึ่งอารมณ์ตกใจ     “คิเสะคุง?”    จะโดนยกร่างขึ้นพาดบ่าโดยไม่บอกล่วงหน้า ก็ยังคงนิ่ง!

    “คุโรโกจจิ  ช่วยมาด้วยกันก่อนนะ!”    คุโรโกะกลายเป็นตุ๊กตา  ไม่ทันจะอ้าปากถามความเป็นมาก็โดนอุ้มวิ่งหนีสาวๆด้วยความเร็วระดับไม่ธรรรมดาซะแล้ว   สมกับเป็นอดีตทีมปาฏิหาริย์? 


และนั่นคือเหตุผลที่อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา
อดีตทีมปาฏิหารย์ทั้งคู่ก็ยังคงซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้


จากเวลานั้นถึงเวลานี้ผ่านไปแล้ว 30 นาที   เหล่านักเรียนหญิงที่ตามมาก็ทำให้เด็กหนุ่มประจักษ์ว่าผู้หญิงยามเจอดาราจะมีพลังลึกลับที่แม้แต่นักกีฬายังต้องอึ้ง    ราวกับมีพวกเธอมีเรดาห์รับรู้ได้ว่านักบาสหนุ่มพ่วงอาชีพนายแบบยังคงวนเวียนอยู่แถวนี้


“ทำไมยังไม่ไปกันซะทีน๊า”     หนุ่มผมเหลืองถอนใจ    แต่ถอนใจได้ไม่นานเป็นต้องเปลี่ยนเป็นช็อคเมื่อหันไปเห็นเพื่อนข้างๆลุกขึ้นยืนเตรียมเดินจากไป 

“คุโรโกจจิ~~~~   จะทิ้งกันแบบนี้เหรอ  อย่าเพิ่งไป!”    สองมือคว้าหมับเข้าที่กระเป๋ากีฬา  ดึงลากให้กลับลงมานั่งที่เดิมก่อนที่พวกสาวๆจะเห็นตัว

“ผมหิวแล้ว”    เหตุผลชวนตะลึงยิ่งกว่าถูกทิ้ง....    ดวงตาสีฟ้าตรงไปตรงมา   เห็นแล้วน้ำตาตกใน

“นี่นายเห็นของกินสำคัญกว่าช่วยฉันเหรอเนี่ย  ใจร้าย.....”    คิเสะบีบน้ำตาเรียกคะแนนสงสาร  แต่มันก็ไร้ผลเมื่ออีกฝ่ายไม่มีอารมณ์ร่วม

“ผมยังไม่ได้พูดซักคำว่าจะช่วย”    ช่างโหดร้ายคงเส้นคงวาชวนให้คนฟังสลดหดหู่      โดนเพื่อนเก่าทอดทิ้งซ้ำยังใจดำใส่   โหดร้าย!! 

“คุโรโกจจิ~~~~~~  อุบ!!!”    ก่อนจะได้แหกปาก   คนที่ใจดำจนถึงเมื่อครู่กลับเป็นฝ่ายยื่นมือมาปิดปากคนช่างพูดเสียแทน   

พร้อมกับยกนิ้วป้องปากเป็นสัญลักษณ์บอกให้เงียบ    “ไม่อยากโดนเจอไม่ใช่เหรอคิเสะคุง  น่าจะเงียบเอาไว้นะครับ”   

“อะ...อืม....”   คิเสะผงกศีรษะตอบเบาๆ    นอกจากคำพูดจะกลืนหายไปแล้ว   หัวใจรู้สึกไหววูบอย่างประหลาด....

บางครั้ง “สายตา” ก็มีผลทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเปลี่ยนไป

    คุโรโกะ เท็ตสึยะ  สมาชิกคนที่ 6 ของทีมแห่งปาฏิหาริย์  ผู้เล่นที่ไม่มีใครรู้จัก  ไม่มีแม้แต่บทสัมภาษณ์ลงในนิตยสารกีฬา  ไม่มีใครรู้ความสามารถ  ไม่มีใครรู้หน้าตา   เด็กหนุ่มตัวเล็กกว่านักกีฬาบาสเก็ตบอลทั่วไป   หน้าตาไร้อารมณ์ ยิ้มยากคนนี้เป็นอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขา 

ปัจจุบันเป็นสมาชิกของทีมคู่แข่งอย่าง “เซย์ริน” 

    ตัวเองเป็นฝ่ายทึกทักตื้อตีสนิทก่อนอยู่เสมอ   เมื่อเป็นฝ่ายถูกกระทำ(?)โดยไม่ทันตั้งตัว มันทำให้เกิดความรู้สึกแปลกจริงๆ    ในยามนั้นคิเสะได้แต่นั่งนิ่งตัวแข็งไม่กล้าขยับตัว  แทบไม่กล้าหายใจออกมาด้วยซ้ำไป

    นักเรียนหญิงแฟนคลับต่างเริ่มถอดใจเมื่อหันซ้ายหันขวา  เดินเข้าตรอกเข้าไปในร้านค้าใกล้ๆก็หาตัวเป้าหมายไม่เจอ    พวกเธอพากันบ่นอุบ และในที่สุดก็ค่อยๆแยกย้ายกันไปทีละคนสองคน  เห็นดังนั้นคนหนีจึงโล่งใจได้เสียที  เจอแบบนี้ทุกวันก็เหนื่อย


    เด็กหนุ่มผมฟ้าคลายมือออก   คิเสะสูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดในทันทีหลังกลั้นมาพักใหญ่    “โทษทีนะคุโรโกจจิที่พานายมาวุ่นแบบนี้น่ะ”  

    “ผมไม่ได้ทำอะไรเลย  ก็แค่นั่งเฉยๆ”    คุโรโกะหยัดกายขึ้นพร้อมกับปัดเศษฝุ่นและใบไม้ที่เปรอะตัว    แม้หน้าตาจะเรียบเฉย  เสียงจากกระเพาะของเจ้าตัวกลับกำลังอาละวาดดัง 

    เพื่อนเก่าผมเหลืองหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง    “ไปกินข้าวกันเถอะ   นายบอกว่าหิวนี่  ฉันเลี้ยงตอบแทนเอง!”   โผเข้าไปตีสนิทกอดคอแนบแน่น 

    “ไม่เอาสเต็กนะครับ”     มันคือความหลังที่แสนจุกอก ....   

    “งั้นแฮมเบอร์เกอร์  ยากิโซบะ? โอโคโนมิยากิ?  เทปปัน?”    ร่างสูงกว่าเป็นฝ่ายพาเดินไป    มองไกลๆดูคล้ายเพื่อนสนิท  แต่เมื่อมองใกล้ๆเหมือนคนทึกทักเองคนเดียว 

    “แฮมเบอร์เกอร์”    แม้สีหน้าจะเรียบเฉย   คิเสะก็สังเกตได้ว่าสายตานั่นกำลังจ้องมองไปทางร้านฟาสฟู้ดไม่ห่างจากจุดที่ทั้งคู่อยู่   

    “โอเค~~    ไปกันโล้ด~~~”    เด็กหนุ่มนักกีฬาทั้งสองพากันเดินตรงไปยังเป้าหมาย    ยามอยู่นอกสนาม  นักกีฬาคนละทีมก็คือเพื่อนกัน 

แม้จะเป็นการทึกทักอยู่คนเดียวก็เหอะนะ

    บรรยากาศของร้านฟาสฟู้ดฉากหนึ่งอันแสนคุ้นเคย วันนี้มีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม  นั่นคือที่นั่งริมกระจกซึ่งมักจะมีนักเรียนเซย์รินจอมตะกละนั่งเขมือบแฮมเบอร์เกอร์กองเป็นภูเขา  วันนี้ได้เปลี่ยนเป็นสองหนุ่มซึ่งคนหนึ่งนั่งเงียบ ส่วนอีกคนก็พูดมากปานพูดคนเดียว...


    “แถวเซย์รินก็มีร้านอร่อยๆเหมือนกันแฮะ”    นักเรียนต่างถิ่นลิ้มรสรสชาติของแฮมเบอร์เกอร์ต่างพื้นที่   ถึงแม้รสชาติจะอร่อย แต่สีหน้าของคนฝั่งตรงข้ามช่างนิ่งปานกินประทังชีวิตไปงั้นๆ 

    “ผมชอบมาที่นี่หลังซ้อมเสร็จ”    ถึงแม้จะเป็นลูกค้าขาประจำ  แต่อย่าได้ถามเลยว่าพนักงานในร้านรับรู้ตัวตนลูกค้าคนนี้หรือไม่....
 

    คิเสะนั่งท้าวคางมองดูเพื่อนเก่าซึ่งอยากให้เป็นเพื่อนสนิทปัจจุบันกัดแฮมเบอร์เกอร์ทีละคำทีละคำ     ภาพแบบนี้ช่างชวนให้หวนรำลึกถึงครั้งที่เป็นนักเรียนมัธยมต้น   ช่วงเวลาในชมรมบาสเก็ตบอลเทย์โค   ตอนนั้นที่ทั้งคู่ยังอยู่ในทีมแห่งปาฏิหาริย์ด้วยกัน 


สนามบาสเก็ตบอลในตอนนั้นมีคนส่งลูกอยู่คนหนึ่ง 
ผลุบๆโผล่ๆทำเหมือนไม่มีตัวตนอยู่ในสนาม...

พวกตนเห็น และรับผ่านลูกส่งนั่นเหมือนเรื่องธรรมดา


    บาสเก็ตบอลของหมอนั่นคือเงา  เงาซึ่งต้องการแสงสว่าง   แต่เดิมเคยเล่นโดยที่เห็นเพียงแผ่นหลังของเพื่อนร่วมทีมคนนี้   ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นมองเห็นหน้า  แต่กลับเห็นเพียงครู่เดียวเท่านั้น   ไม่นานก็จะหายไปจากการหลบหลีก... เพราะนั่นคือสถานะทีมคู่แข่ง...

พวกเราไม่ได้อยู่ทีมเดียวกัน ไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกันอีกแล้ว

“คุโรโกจจิไม่คิดจะไปที่ไคโจด้วยกันจริงๆเหรอ?”    เป็นคำถามซ้ำๆ เรื่องเดิมๆที่เคยได้คำตอบไปแล้ว 

คุโรโกะเบือนสายตาขึ้นจากแฮมเบอร์เกอร์ในมือ    “ไม่ครับ”   แทบไม่ต้องคิดก็ตอบได้  เดาง่ายเสียจนไม่ต้องเดาให้ดีใจเก้อ

“นึกอยู่แล้วเชียว  โดนปฏิเสธอีกแล้วสิเรา”    เด็กหนุ่มโรงเรียนไคโจทำหน้าตาเสียดาย  คว้าเอาน้ำโคล่ามาสูดปลอบใจตัวเอง

ดวงตาที่ไร