giotto

[Fic6927?] Sweet ep.2

posted on 09 Feb 2009 03:00 by ayafee in Fiction
Title :  Sweet
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Author : Ayafee
Rate : PG(?)
Genre : Romance  , Comedy , Song
Pairing :  6927 or ???
Summary  :   เหตุเกิดเพราะอมยิ้ม  

--------------------------------------------------------------------------------------------------





อมยิ้มสีสวยน่าลิ้มลองนั้น
เมื่อเราออกไปจากร้านขนมกลับมาอีกครั้งอาจจะหายไป


ไม่ได้มีตนเพียงคนเดียวที่อยากได้อมยิ้มมาลิ้มลอง
ความหวานและสับสนของอมยิ้ม


บางครั้งมันก็ไม่ได้ชวนให้ยิ้มตามชื่อเลย




Sweet 2 : Lies




-09.30 P.M-

แสงเทียนและแสงไฟภายนอกส่องเข้ามาทางกระจกใสแลมองออกไปเห็นทิวทัศน์ของร้านอาหารสุดหรูริมแม่น้ำ   แสงสีส้มอาบโต๊ะอาหารปูด้วยผ้าสีขาว   บนโต๊ะนั้นอาหารอิตาเลี่ยนสุดหรูน่ารับประทานวางตั้งชวนให้หิวกระหาย   บอสใหญ่ของกลุ่มมาเฟียวองโกเล่ยอมชุดสีขาวกางเกงขาวเข้ากันและดูสุภาพ  มือเรียวหั่นเนื้อเสต็กตรงหน้าแล้วใช้ส้อมจิ้มเข้าปาก    ตรงหน้าของใบหน้าน่ารักซึ่งกำลังทานอาหารสุดหรู  ชายหนุ่มเรือนผมสีงาช้างในชุดสูทขาวเข้ากับเรือนผม ดวงหน้าเด่นด้วยดวงตาสีม่วงและรอยสักนั้น นั่งท้าวค้างมองแขกสุดพิเศษของตนด้วยรอยยิ้ม


“อาหารอร่อยมั้ยสึนะโยชิคุง”   เป็นคำถามที่น่าจะเห็นคำตอบได้ดีแล้วจากสีหน้าของคนตรงหน้า  

ซาวาดะ สึนะโยชิคุงทานจานนั้นทีจานนี้ทีอย่างเลือกไม่ถูก   เนตรกลมโตเหลือบขึ้นมองเนตรคมของชายหนุ่มและส่งรอยยิ้มหวานให้  “ขอบคุณนะครับคุณเบียคุรัน”  

“ฉันต้องเป็นฝ่ายขอบคุณสิ ที่เธอออกมากับฉันตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนน่ะ”  มือใหญ่ตักกับข้าวให้คนตรงหน้า  สึนะคุงมองใบหน้านั้นอย่างปลาบปลื้ม

“คุณเบียคุรันนี่ใจดีจังเลยนะครับ  ไม่เหมือนคนบางคนที่ผมคบด้วยเลย”    สองเนตรสบมองกันอย่างมีความหมาย  แสงไฟและแสงเทียนสีส้มขับบรรยากาศของความรักและโรแมนติคมากขึ้นทุกขณะ

“ใครบางคนที่เธอคบด้วยคนนั้น เริ่มเบื่อเขารึยังล่ะ”  สองมือแตะสัมผัสกันราวกับจงใจ   เช่นเดียวกับใบหน้าซึ่งโน้มเข้าใกล้กันมากขึ้นทุกขณะ   บรรยากาศเป็นใจ

“ถ้าผมบอกว่าจะคบกับคุณล่ะครับคุณเบียคุรัน”   ดวงเนตรกลมปรือหลับลงเป็นสัญญาณบอกอนุญาตแก่ชายหนุ่มผู้หมายจะเป็นตัวจริง(?)

“ฉันไม่ปฏิเสธเธออยู่แล้วล่ะ”  เสียงดนตรี แสงไฟสีส้ม  ลมหายใจอุ่นที่เป่ารินรดในระยะใกล้นั้น  ริมฝีปากของคนทั้งสองทาบทับกันอย่างลึกซึ้ง....  และของตายที่บ้านก็โดนลืมไป



มันอภัยให้ไม่ได้!!!!!



    มือใหญ่สวมถุงมือสีดำขลับตบลงบนโต๊ะไม้ภายในห้องส่วนตัวของตนอย่างโกรธเคือง    จินตนาการสุดลึกล้ำที่ออกมาคล้ายฉากการเล่นชู้ของละครหลังข่าวชวนให้หัวจันปริร้าวด้วยการทำร้ายตัวเอง   แม้จะเป็นเพียงจินตนาการแต่พฤติกรรมก่อนหน้านั้นของคนรักของตนมันชวนให้น่าสงสัยเสียเหลือเกิน

    โรคุโด มุคุโร่ ชายหนุ่มผู้เหมาะกับศาสตร์มืดเริ่มทำตัวดำมืดและจิตใจดำมืด  ร่างสูงเอาผ้าคลุมสีดำมาสวมเตรียมทำพิธีเรียกวิญญาณจากโลกเบื้องหลังตามหนังสือซึ่งยึดมาจากกระเทยสาวแห่งวาเรีย   ผู้เตรียมประกอบพิธีดำเนินการเอาชอล์กมาขีดร่างวงเวทย์ดาวหกแฉกตรงหน้าเรียบร้อยจึงตกแต่งอักขระตามในหนังสือ


    “ยุ่งยากกว่าดวงตาวัฏสงสารซะอีกนะครับ”  และเพราะความยุ่งยากนี่ล่ะ  เขาเชื่อว่ามันต้องเป็นของจริง...  เจ้าแฟนที่หายไปตั้งแต่บ่ายสาม สามทุ่มยังไม่กลับจะได้สำนึกซะบ้าง

    “คุณจะต้องเสียใจที่มาเล่นตลกกับผม”  สายหมอกนั้นยังไม่ทิ้งลายอันตรายหรอกครับ  ยังมีคราบความร้ายอย่างอาชญากรให้เห็นอยู่...

    “ทำพิธีต่อครับๆ”   ตรงไหน........

    “วางสิ่งที่คิดว่าเป็นสื่อวิญญาณได้ลงไปกลางวงเวทย์...”    เสียงทุ้มอ่านข้อความในหนังสือและหันไปหยิบสื่อกลางวิญญาณลงไปกลางวงกลมนั่น  สิ่งที่ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกเตรียมมาคือเครื่องประดับของชุดเครื่องแบบของร่างบางนั่นเอง  

    “ต่อไปก็.........”   เปิดหน้ากระดาษบทร่ายเวทย์  จะเป็นเรื่องงมงายหรืออะไรก็ช่างมัน   จะต้องตอกการเล่นชู้ของคนรักด้วยการเล่นชู้ให้หน้าหงาย...

    “$^$*)@##__+#+$$_$+_$++”   หากมีเอฟเฟ็คเป็นสายฟ้าผ่าและสายฝนกระหน่ำนอกหน้าต่างได้ก็คงทำให้  แต่มันผิดฤดูและผิดธีมไปหน่อย   เปิดเอฟเฟ็คเพียงแค่นี้ก็พอ

    “ด้วยนามของข้าผู้มีความประสงค์อันแรงกล้า  ขออัญเชิญวิญญาณจากโลกหลังความตาย!!”    มนต์ดำ ศาสตร์มืด  ชายผู้มีจิตใจดำมืด..   ปาฏิหาริย์จึงบังเกิด



ปึก!!!  โครม!!!!!


    I’m sorry~ But I love you
ทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก......


    -09.35PM-

    สายลมของฤดูใบไม้ผลิในค่ำคืนนี้หนาวขึ้นมากว่าปกติ   เหล่าผู้คนในคฤหาสน์วองโกเล่ต่างขนลุกชันขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว  บ้างก็คิดว่าอาจจะไม่สบาย  บ้างก็คิดว่าอากาศมันอาจจะแปรปรวน    ร่างสูงกำยำอย่างนักกีฬาเดินออกจากห้องส่วนตัวของตนเองตรงไปยังห้องนั่งเล่นและชั้นหนังสือ  ตามหาอะไรบางอย่างหากแต่ก็ไม่เจอซะที


    “ทำอะไรอยู่น่ะ ยามาโมโตะ”   นักฆ่าหนุ่ม อดีตอาจารย์ ปัจจุบันตำแหน่งที่ปรึกษาของบอสใหญ่แห่งวองโกเล่เดินมาในห้องนั่งเล่นเมื่อได้ยินเสียงกุกกักน่าสงสัย  

    ชายหนุ่มสะดุ้งน้อยๆและรีบหันมามอง  “หาหนังสือน่ะ  เล่มประมาณนี้ หน้าปกสีดำเก่าๆ”   มือใหญ่จำลองขนาดของหนังสือให้ชายผู้ทรงคุณวุฒิตรงหน้าได้ช่วยบอก

    รีบอร์นมองพลางครุ่นคิดหน่อยๆ  ห่อนจะยกมือขึ้นทุบมือตนเองเมื่อนึกออก  “ไอ้หนังสือเก่าๆนั่น  ฉันอ่านแล้วคิดว่าน่าจะหลงมาจากปราสาทวาเรีย  ส่งคืนเจ้าของไปแล้ว”    สิ้นคำปีกสีดำราวกับโผล่มาครู่หนึ่งตรงกลางหลังของผู้พิทักษ์แห่งสายฝน

    “ฮะๆๆๆ  นึกว่าจะได้อ่านซักหน่อย  เห็นมีคนลืมไว้ที่นี่”   ยกมือขึ้นเกาแก้มหัวเราะร่าอย่างเป็นปกติ   นักฆ่าเรือนผมสีรัตติกาลมองอย่างรู้ทันพลางยิ้มที่มุมปาก

    “ป่านนี้ลุซซูเรียมันคงเอาไปขายต่อให้เจ้าเลวี่ทำเสน่ห์เจ้าแซนซัสแล้วมั้ง”   ว่าแล้วรีบอร์นก็เดินกลับไปห้องพักส่วนตัวของตนเองเพื่อพักผ่อน    ใครจะไปรู้ว่าหนังสือนั่นอยู่ในมือของคนแถวนี้..

    “อุตส่าห์เจอ....”  ยามาโมโตะทำหน้าเสียดาย    วันนี้อุตส่าห์ได้รูปถ่ายเด็ดมาช่วยเสริมสถานการณ์แล้วเชียว....



นายจะเอาหนังสือแบบนี้ไปทำอะไรน่ะ....
(ดาร์กเนียน...)



    -09.45 P.M-

    ร่างบางเรือนผมสีน้ำตาลไหม้ในชุดลำลองทั่วไปไม่ต่างจากตอนเช้านั่งมองบรรยากาศอันแสนคุ้นตาโดยรอบตัว  เสียงตะเกียบ  เสียงจวักตัดน้ำซุป  เสียงชายวัยกลางคนในชุดเฒ่าแก่ตะโดนโหวกเหวก  ชวนให้ตัวเองคิดว่าสถานที่ซึ่งเขากำลังนั่งอยู่นั้นไม่ใช่ประเทศอิตาลี... มองยังไงก็คิดถึงประเทศบ้านเกิดซะจริงๆ   

    “ไม่นึกเลยนะครับ ว่าคุณเบียคุรันจะชอบอาหารติดดินแบบนี้...”     เนตรกลมโตมองคนตรงหน้าซึ่งกำลังจัดการดึงตะเกียบ   ตรงหน้ามีราเม็งหอมกรุ่นไอร้อนกรุ่นหอมฉุนวางอยู่   
    
    จินตนาการแบบละครหลังข่าวของผู้พิทักษ์กับความจริงมันช่างสวนทางกันไปไกลนัก   สองร่างในชุดผิดบรรยากาศร้านราเม็งในย่านอาหารญี่ปุ่นนั่งอยู่ท่ามกลางเสียงเอะอะวุ่นวายจ๊อกแจ๊กประจำร้าน  นอกจากราเม็งก็มีมันเผาวางอยู่บนโต๊ะ  ไหนจะเกี๊ยวซ่า  บรรยากาศไม่เหมือนเดท แต่เหมือนมิตรภาพลูกผู้ชาย(?)ที่ออกมาสานสัมพันธ์กันมากกว่า

    “ฉันชอบของแบบญี่ปุ่นๆแบบนี้นะ  มื้อเที่ยงมักจะหาอะไรแบบนี้ทานประจำๆ”  เบียคุรันใส่เครื่องปรุงลงในถ้วยราเม็ง  มองความคล่องในการใช้ตะเกียบและทานของร้อนจัด.. เชื่อแล้วว่าชอบจริงๆ

    “รอบตัวผมนี่มีคนชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นเยอะจริงๆ...”   บอกว่าเยอะแต่ก็นึกออกแค่คนเคร่งจัดแบบผู้พิทักษ์เมฆา  เข้าข่ายชู้ในสายตาคนอื่นทั้งคู่

    “ยังไงก็ต้องขอบใจเธอนะ  ที่ออกมาทานข้าวด้วยตามที่ตกลงกันไว้”  รอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ส่งให้คู่สนทนา  บทสนทนานั้นแสนเรียบง่ายเช่นเดียวกับอาหาร     

    “ผมก็ต้องขอบคุณคุณเบียคุรันที่ให้ความช่วยเหลือเรื่องนั้นด้วยล่ะครับ”  ศีรษะปกคลุ่มด้วยไหมสีน้ำตาลไหม้ผงกขอบคุณคนตรงหน้า

    “ฉันเต็มใจช่วยเธออยู่แล้ว”  แม้ราเม็ง