giotto

[Fic6927?] Sweet ep.2

posted on 09 Feb 2009 03:00 by ayafee in Fiction
Title :  Sweet
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Author : Ayafee
Rate : PG(?)
Genre : Romance  , Comedy , Song
Pairing :  6927 or ???
Summary  :   เหตุเกิดเพราะอมยิ้ม  

--------------------------------------------------------------------------------------------------





อมยิ้มสีสวยน่าลิ้มลองนั้น
เมื่อเราออกไปจากร้านขนมกลับมาอีกครั้งอาจจะหายไป


ไม่ได้มีตนเพียงคนเดียวที่อยากได้อมยิ้มมาลิ้มลอง
ความหวานและสับสนของอมยิ้ม


บางครั้งมันก็ไม่ได้ชวนให้ยิ้มตามชื่อเลย




Sweet 2 : Lies




-09.30 P.M-

แสงเทียนและแสงไฟภายนอกส่องเข้ามาทางกระจกใสแลมองออกไปเห็นทิวทัศน์ของร้านอาหารสุดหรูริมแม่น้ำ   แสงสีส้มอาบโต๊ะอาหารปูด้วยผ้าสีขาว   บนโต๊ะนั้นอาหารอิตาเลี่ยนสุดหรูน่ารับประทานวางตั้งชวนให้หิวกระหาย   บอสใหญ่ของกลุ่มมาเฟียวองโกเล่ยอมชุดสีขาวกางเกงขาวเข้ากันและดูสุภาพ  มือเรียวหั่นเนื้อเสต็กตรงหน้าแล้วใช้ส้อมจิ้มเข้าปาก    ตรงหน้าของใบหน้าน่ารักซึ่งกำลังทานอาหารสุดหรู  ชายหนุ่มเรือนผมสีงาช้างในชุดสูทขาวเข้ากับเรือนผม ดวงหน้าเด่นด้วยดวงตาสีม่วงและรอยสักนั้น นั่งท้าวค้างมองแขกสุดพิเศษของตนด้วยรอยยิ้ม


“อาหารอร่อยมั้ยสึนะโยชิคุง”   เป็นคำถามที่น่าจะเห็นคำตอบได้ดีแล้วจากสีหน้าของคนตรงหน้า  

ซาวาดะ สึนะโยชิคุงทานจานนั้นทีจานนี้ทีอย่างเลือกไม่ถูก   เนตรกลมโตเหลือบขึ้นมองเนตรคมของชายหนุ่มและส่งรอยยิ้มหวานให้  “ขอบคุณนะครับคุณเบียคุรัน”  

“ฉันต้องเป็นฝ่ายขอบคุณสิ ที่เธอออกมากับฉันตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนน่ะ”  มือใหญ่ตักกับข้าวให้คนตรงหน้า  สึนะคุงมองใบหน้านั้นอย่างปลาบปลื้ม

“คุณเบียคุรันนี่ใจดีจังเลยนะครับ  ไม่เหมือนคนบางคนที่ผมคบด้วยเลย”    สองเนตรสบมองกันอย่างมีความหมาย  แสงไฟและแสงเทียนสีส้มขับบรรยากาศของความรักและโรแมนติคมากขึ้นทุกขณะ

“ใครบางคนที่เธอคบด้วยคนนั้น เริ่มเบื่อเขารึยังล่ะ”  สองมือแตะสัมผัสกันราวกับจงใจ   เช่นเดียวกับใบหน้าซึ่งโน้มเข้าใกล้กันมากขึ้นทุกขณะ   บรรยากาศเป็นใจ

“ถ้าผมบอกว่าจะคบกับคุณล่ะครับคุณเบียคุรัน”   ดวงเนตรกลมปรือหลับลงเป็นสัญญาณบอกอนุญาตแก่ชายหนุ่มผู้หมายจะเป็นตัวจริง(?)

“ฉันไม่ปฏิเสธเธออยู่แล้วล่ะ”  เสียงดนตรี แสงไฟสีส้ม  ลมหายใจอุ่นที่เป่ารินรดในระยะใกล้นั้น  ริมฝีปากของคนทั้งสองทาบทับกันอย่างลึกซึ้ง....  และของตายที่บ้านก็โดนลืมไป



มันอภัยให้ไม่ได้!!!!!



    มือใหญ่สวมถุงมือสีดำขลับตบลงบนโต๊ะไม้ภายในห้องส่วนตัวของตนอย่างโกรธเคือง    จินตนาการสุดลึกล้ำที่ออกมาคล้ายฉากการเล่นชู้ของละครหลังข่าวชวนให้หัวจันปริร้าวด้วยการทำร้ายตัวเอง   แม้จะเป็นเพียงจินตนาการแต่พฤติกรรมก่อนหน้านั้นของคนรักของตนมันชวนให้น่าสงสัยเสียเหลือเกิน

    โรคุโด มุคุโร่ ชายหนุ่มผู้เหมาะกับศาสตร์มืดเริ่มทำตัวดำมืดและจิตใจดำมืด  ร่างสูงเอาผ้าคลุมสีดำมาสวมเตรียมทำพิธีเรียกวิญญาณจากโลกเบื้องหลังตามหนังสือซึ่งยึดมาจากกระเทยสาวแห่งวาเรีย   ผู้เตรียมประกอบพิธีดำเนินการเอาชอล์กมาขีดร่างวงเวทย์ดาวหกแฉกตรงหน้าเรียบร้อยจึงตกแต่งอักขระตามในหนังสือ


    “ยุ่งยากกว่าดวงตาวัฏสงสารซะอีกนะครับ”  และเพราะความยุ่งยากนี่ล่ะ  เขาเชื่อว่ามันต้องเป็นของจริง...  เจ้าแฟนที่หายไปตั้งแต่บ่ายสาม สามทุ่มยังไม่กลับจะได้สำนึกซะบ้าง

    “คุณจะต้องเสียใจที่มาเล่นตลกกับผม”  สายหมอกนั้นยังไม่ทิ้งลายอันตรายหรอกครับ  ยังมีคราบความร้ายอย่างอาชญากรให้เห็นอยู่...

    “ทำพิธีต่อครับๆ”   ตรงไหน........

    “วางสิ่งที่คิดว่าเป็นสื่อวิญญาณได้ลงไปกลางวงเวทย์...”    เสียงทุ้มอ่านข้อความในหนังสือและหันไปหยิบสื่อกลางวิญญาณลงไปกลางวงกลมนั่น  สิ่งที่ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกเตรียมมาคือเครื่องประดับของชุดเครื่องแบบของร่างบางนั่นเอง  

    “ต่อไปก็.........”   เปิดหน้ากระดาษบทร่ายเวทย์  จะเป็นเรื่องงมงายหรืออะไรก็ช่างมัน   จะต้องตอกการเล่นชู้ของคนรักด้วยการเล่นชู้ให้หน้าหงาย...

    “$^$*)@##__+#+$$_$+_$++”   หากมีเอฟเฟ็คเป็นสายฟ้าผ่าและสายฝนกระหน่ำนอกหน้าต่างได้ก็คงทำให้  แต่มันผิดฤดูและผิดธีมไปหน่อย   เปิดเอฟเฟ็คเพียงแค่นี้ก็พอ

    “ด้วยนามของข้าผู้มีความประสงค์อันแรงกล้า  ขออัญเชิญวิญญาณจากโลกหลังความตาย!!”    มนต์ดำ ศาสตร์มืด  ชายผู้มีจิตใจดำมืด..   ปาฏิหาริย์จึงบังเกิด



ปึก!!!  โครม!!!!!


    I’m sorry~ But I love you
ทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก......


    -09.35PM-

    สายลมของฤดูใบไม้ผลิในค่ำคืนนี้หนาวขึ้นมากว่าปกติ   เหล่าผู้คนในคฤหาสน์วองโกเล่ต่างขนลุกชันขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว  บ้างก็คิดว่าอาจจะไม่สบาย  บ้างก็คิดว่าอากาศมันอาจจะแปรปรวน    ร่างสูงกำยำอย่างนักกีฬาเดินออกจากห้องส่วนตัวของตนเองตรงไปยังห้องนั่งเล่นและชั้นหนังสือ  ตามหาอะไรบางอย่างหากแต่ก็ไม่เจอซะที


    “ทำอะไรอยู่น่ะ ยามาโมโตะ”   นักฆ่าหนุ่ม อดีตอาจารย์ ปัจจุบันตำแหน่งที่ปรึกษาของบอสใหญ่แห่งวองโกเล่เดินมาในห้องนั่งเล่นเมื่อได้ยินเสียงกุกกักน่าสงสัย  

    ชายหนุ่มสะดุ้งน้อยๆและรีบหันมามอง  “หาหนังสือน่ะ  เล่มประมาณนี้ หน้าปกสีดำเก่าๆ”   มือใหญ่จำลองขนาดของหนังสือให้ชายผู้ทรงคุณวุฒิตรงหน้าได้ช่วยบอก

    รีบอร์นมองพลางครุ่นคิดหน่อยๆ  ห่อนจะยกมือขึ้นทุบมือตนเองเมื่อนึกออก  “ไอ้หนังสือเก่าๆนั่น  ฉันอ่านแล้วคิดว่าน่าจะหลงมาจากปราสาทวาเรีย  ส่งคืนเจ้าของไปแล้ว”    สิ้นคำปีกสีดำราวกับโผล่มาครู่หนึ่งตรงกลางหลังของผู้พิทักษ์แห่งสายฝน

    “ฮะๆๆๆ  นึกว่าจะได้อ่านซักหน่อย  เห็นมีคนลืมไว้ที่นี่”   ยกมือขึ้นเกาแก้มหัวเราะร่าอย่างเป็นปกติ   นักฆ่าเรือนผมสีรัตติกาลมองอย่างรู้ทันพลางยิ้มที่มุมปาก

    “ป่านนี้ลุซซูเรียมันคงเอาไปขายต่อให้เจ้าเลวี่ทำเสน่ห์เจ้าแซนซัสแล้วมั้ง”   ว่าแล้วรีบอร์นก็เดินกลับไปห้องพักส่วนตัวของตนเองเพื่อพักผ่อน    ใครจะไปรู้ว่าหนังสือนั่นอยู่ในมือของคนแถวนี้..

    “อุตส่าห์เจอ....”  ยามาโมโตะทำหน้าเสียดาย    วันนี้อุตส่าห์ได้รูปถ่ายเด็ดมาช่วยเสริมสถานการณ์แล้วเชียว....



นายจะเอาหนังสือแบบนี้ไปทำอะไรน่ะ....
(ดาร์กเนียน...)



    -09.45 P.M-

    ร่างบางเรือนผมสีน้ำตาลไหม้ในชุดลำลองทั่วไปไม่ต่างจากตอนเช้านั่งมองบรรยากาศอันแสนคุ้นตาโดยรอบตัว  เสียงตะเกียบ  เสียงจวักตัดน้ำซุป  เสียงชายวัยกลางคนในชุดเฒ่าแก่ตะโดนโหวกเหวก  ชวนให้ตัวเองคิดว่าสถานที่ซึ่งเขากำลังนั่งอยู่นั้นไม่ใช่ประเทศอิตาลี... มองยังไงก็คิดถึงประเทศบ้านเกิดซะจริงๆ   

    “ไม่นึกเลยนะครับ ว่าคุณเบียคุรันจะชอบอาหารติดดินแบบนี้...”     เนตรกลมโตมองคนตรงหน้าซึ่งกำลังจัดการดึงตะเกียบ   ตรงหน้ามีราเม็งหอมกรุ่นไอร้อนกรุ่นหอมฉุนวางอยู่   
    
    จินตนาการแบบละครหลังข่าวของผู้พิทักษ์กับความจริงมันช่างสวนทางกันไปไกลนัก   สองร่างในชุดผิดบรรยากาศร้านราเม็งในย่านอาหารญี่ปุ่นนั่งอยู่ท่ามกลางเสียงเอะอะวุ่นวายจ๊อกแจ๊กประจำร้าน  นอกจากราเม็งก็มีมันเผาวางอยู่บนโต๊ะ  ไหนจะเกี๊ยวซ่า  บรรยากาศไม่เหมือนเดท แต่เหมือนมิตรภาพลูกผู้ชาย(?)ที่ออกมาสานสัมพันธ์กันมากกว่า

    “ฉันชอบของแบบญี่ปุ่นๆแบบนี้นะ  มื้อเที่ยงมักจะหาอะไรแบบนี้ทานประจำๆ”  เบียคุรันใส่เครื่องปรุงลงในถ้วยราเม็ง  มองความคล่องในการใช้ตะเกียบและทานของร้อนจัด.. เชื่อแล้วว่าชอบจริงๆ

    “รอบตัวผมนี่มีคนชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นเยอะจริงๆ...”   บอกว่าเยอะแต่ก็นึกออกแค่คนเคร่งจัดแบบผู้พิทักษ์เมฆา  เข้าข่ายชู้ในสายตาคนอื่นทั้งคู่

    “ยังไงก็ต้องขอบใจเธอนะ  ที่ออกมาทานข้าวด้วยตามที่ตกลงกันไว้”  รอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ส่งให้คู่สนทนา  บทสนทนานั้นแสนเรียบง่ายเช่นเดียวกับอาหาร     

    “ผมก็ต้องขอบคุณคุณเบียคุรันที่ให้ความช่วยเหลือเรื่องนั้นด้วยล่ะครับ”  ศีรษะปกคลุ่มด้วยไหมสีน้ำตาลไหม้ผงกขอบคุณคนตรงหน้า

    “ฉันเต็มใจช่วยเธออยู่แล้ว”  แม้ราเม็งกับไอร้อนจะทำลายความโรแมนติคน่าสงสัยไปบ้าง  แต่สถานะของคนสองคนนี้ก็ยังคงน่าสงสัยอยู่ดี...


    ความลับย่อมไม่มีในโลก  เช่นเดียวกับเมื่อต้องการรักษาความลับก็ต้องมีคนเห็นปานหนังทั่วไปในจอแก้วและจอเงิน   ไม่ห่างจากคนทั้งสองมากนัก  โต๊ะในส่วนมุมห่างออกไป    คนคุ้นเคยผู้พิทักษ์แห่งอรุณกำลังยกมือชี้มาทางบอสมาเฟียทั้งสองค้างไว้    แต่เสียงโหวกเหวกลั่นร้านอันเป็นเอกลักษณ์ถูกปิดเอาไว้ด้วยฝ่ามือของกระเทยสาวแห่งกลุ่มนักฆ่าซึ่งตะปบเอาไว้ทัน


    “ชู่ๆ~~    เงียบไว้เรียวเฮจัง”  เจ๊ลุซยกนิ้วขึ้นป้องปากส่งสัญญาณให้หนุ่มรุ่นพี่ของวองโกเล่จิ๋วสงบเอาไว้เสียก่อนที่ไก่จะตื่น

    “วองโกเล่จิ๋วนี่... แอบมีกิ๊ก?”   กระเทยสาวผู้รู้จักโลกเป็นอย่างดี(?)รู้สึกระทึกไปกับความบังเอิญที่ได้เห็นโดยไม่รู้ตัว  ประจวบเหมาะกับเหตุการณ์ยืมหนังสือในตอนก่อนหน้านี้...  สงสัยจะเล่นจริง?

    “อื้อ !! อื้อ!!!”   เรียวเฮผู้ถูกจับปิดปากอุทานถามขึ้น แปลเป็นภาษาปกติได้ว่า จะทำอะไร เมื่อเห็นคนที่บังเอิญเจอกันเลยมาทานข้าวพร้อมกันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

    “โทรศัพท์มือถือมีกล้องเอาไว้ทำแบบนี้นี่เนอะ~”  ใช้ฟังชั่นให้ครบประโยชน์และเล็งไปทางนั้นแบบลับๆ   และกดถ่ายรูปส่งไปยังเป้าหมาย...



เค้าจะร้าวฉานกันก็เพราะคนรอบตัว
(จริงๆ)



    -10.00 P.M.-

    โรคุโด มุคุโร่นั่งไอค่อกแค่กหลังจากห้องทั้งห้องปกคลุมไปด้วยควัน  เสียงโทรศัพท์มือถือของตนดังขึ้นจึงรีบยกขึ้นมาอ่านข้อความที่มีใครบางคนส่งมาให้ด้วยความปรารถนาดี  มองเห็นชื่อคนส่งในรอบแรกก็คิ้วขมวด  เห็นชื่อข้อความก็เริ่มขมวดคิ้ว  และเมื่อกดเปิดข้อความคิ้วก็ผูกกันเป็นโบว์   


    “สึนะโยชิคุง..........”  ไฟแค้นไฟรักมาคุในหัวใจของสายหมอก   ภาพของแฟนตัวเองนั่งทานข้าวดี๊ด๊ากับหนุ่มผู้เป็นกิ๊ก และหัวหน้าของแก๊งมาเฟียอื่นชวนให้อารมณ์มันเดือดดาษ  

    โทรศัพท์มือถือเก็บลงกระเป๋าไปอีกครั้ง  พร้อมกับควันรายรอบห้องจางออกไป  ณ พื้นซึ่งเขียนวงเวทย์มนต์ดำเอาไว้  ปรากฏร่างของใครบางคนนอนกอดหมอนข้างหลับไม่รู้เรื่อง   ริมฝีปากคมขยับยิ้มที่มุมปาก   “ผมเอาจริงแล้วนะครับ”  เอาจริงเรื่องอะไร..........

    ผู้มาเยือนรับรู้ได้ถึงบรรยากาศแปลกๆจึงปรือเปิดตาขึ้น   ดวงเนตรสีฟ้าเผยให้เห็น  เรือนผมสีน้ำตาลทองนั้นแม้สีต่างแต่ทรงผมฟูฟ่องนั่นบ่งบอกว่ามันเป็นพันธุกรรมของตระกูลนี้จริงๆ    ร่างโปร่งในชุดนอนสีขาวกางเกงขายาวลุกขึ้นมานั่งพลางหันมองคนตรงหน้า   “นี่คงเป็นโลกมนุษย์  เจ้าน่ะ...  คงทำพิธีเรียกมาจากโลกหลังความตายสินะ”  

    มุคุโร่มองคนตรงหน้านั่งหาว  ถ้าไม่บอกคงไม่รู้ว่าตายไปนานหลายร้อยปีแล้วแน่ๆ   “ใช่ครับ  ยินดีที่ได้พบครับ Vongola Primo Giotto”  

    “ก็ดี กำลังเบื่อสวรรค์เลย  ฮ้าว~”  วิญญาณ(?)รุ่นคุณทวดนั่งหาวอย่างกับคนยังมีลมหายใจ    ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกรู้สึกแปลกใจน้อยๆที่อีกฝ่ายดูจะพูดง่ายกว่าที่คิด

    “ผมเรียกคุณมาเพราะมีเรื่องอยากให้ช่วยผม”   คำพูดปริศนาเรียกให้ร่างโปร่งหันมองอย่างประหลาดใจนัก   

    “ว่ามาสิ....”  รับฟังง่ายๆ...   แบบนี้แผนของผมคงเป็นไปด้วยดีสินะครับ


    ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกใช้เวลาเพียงไม่นานก็เล่าเรื่องทั้งหมดจบปานขี้เกียจให้เปลืองตัวอักษรและกระดาษมากไปกว่านี้   จิออตโต้นั่งหาวไปพลางฟังไปพลาง แต่ก็พอจะจับใจความสำคัญได้    จากที่มองจากบนสวรรค์ความสัมพันธ์ของเหลนที่น่ารักกับผู้พิทักษ์สายหมอกคนนี้น่าสนใจมิใช่น้อย...  ในด้านชวนให้แกล้งล่ะนะ


    “ตกลง ฉันจะช่วยเธอ....”  วองโกเล่รุ่นที่หนึ่งผู้มีใบหน้าอ่อนวัยกว่าอายุจริงผงกหัวน้อยๆรับคำของผู้ขอความช่วยเหลือ

    “ขอบคุณครับ  แล้วผมจะตอบแทนอย่างเท่าเทียม” ใบหน้าคมประดับรอยยิ้ม  ได้ยินเรื่องค่าตอบแทน ดวงตาสีฟ้าใสตวัดมองคนตรงหน้าอย่างนิ่งงัน  



ดวงตาสีฟ้าใสราวกับท้องฟ้า
มองมาชวนให้หัวใจสั่นไหว (?)




    “ถ้าฉันช่วยเธอแล้ว  ฉันขอ PS3 เป็นค่าตอบแทนก็แล้วกัน”    คำพูดชวนให้ฟีลสีชมพูของคนเกือบนอกใจไปจริงๆกลับเข้าร่าง

    “PS3 เหรอครับ....?”    Playstation3  เครื่องเล่นเกมส์รุ่นล่าสุดของค่าย sony  พูดไปก็ไม่ได้ค่าโฆษณาบรรยายแค่นี้ก็พอ..

    “ฉันเห็นว่าในคฤหาสน์นี้มีอยู่เครื่องนึง  อยากเล่นมานานแล้ว  ฮ้าว~”  คุณปู่ที่แสนน่ารักนั่งหาวก่อนจะเดินไปหาเสื้อผ้าเปลี่ยนอย่างคนยังมีชีวิตอยู่   คนฟังอย่างมุคุโร่ได้แต่อึ้ง  ทั้งคฤหาสน์นี่คนที่จะมีเครื่องเกมส์ก็คงจะเป็นของที่มีคนยืมมาจากพวกวาเรีย...

    “ตกลงครับ....”   ตอบรับคำไปอย่างจำใจ  ไม่มีทางเลือก  การสั่งสอนแฟนตัวเองจะต้องเล่นงานด้วยวิธีนี้เท่านั้น...



I’m so sorry~  but I love you~
ผมกำลังจะเป็นบ้าเมื่อนึกถึงเรื่องของคุณ



    -10.15 P.M.-

    รถยนต์หรูสีดำสนิทขับมาจอดหน้าคฤหาสน์  ร่างสูงเรือนผมสีงาช้างนั่งมองร่างเล็กบางซึ่งออกไปทานราเม็งด้วยกันลงจากรถไป  สายตาเจ้าเล่ห์นั้นจดจ้องมองทุกฝีก้าว   ซาวาดะ สึนะโยชิหันกลับไปโค้งให้ชายหนุ่มอีกครั้งเป็นการขอบคุณ  มองนาฬิกาข้อมือของตัวเองนี่มันก็มืดมากแล้ว  ลืมบอกคนอื่นซะด้วยว่าหายไปไหน แต่มันเป็นความลับนี่นะ...


    “ขอบคุณที่มาส่งนะครับคุณเบียคุรัน  ราตรีสวัสดิ์นะครับ”  สึนะคุงส่งยิ้มให้ผู้ต้องสงสัยคดีกิ๊กโดยที่ไม่ได้ระวังตัว

    “เช่นกัน ฝันดีนะ  ฝันถึงฉันก็ดี”   เจอคำพูดชวนเสี่ยวพร้อมรอยยิ้มนั้นเข้าไปใบหน้าหวานซับสีเรื่อไปในทันใด  ไม่กล้าตอบปฏิเสธ  มันเสียมารยาทกับเรื่องทั้งวันนี้มากไปหน่อย


    เมื่อรถของชายหนุ่มบอสมาเฟียขับออกไปแล้ว  ร่างบางเรือนผมสีน้ำตาลไหม้จึงเดินกลับเข้ามาในตัวคฤหาสน์ของตนเอง  ยามเมื่อเข้ามาในตัวคฤหาสน์ สิ่งแรกทิ่คิดคือทำไมมันรู้สึกร้อนหนาวๆอย่างบอกไม่ถูก  สันหลังมันก็ดูหนาววาบเหมือนมีคนคิดร้าย


    “คิดไปเองมั้ง?” เสียงหวานพูดกับตัวเอง  ในบ้านตัวเองมีหรือจะโดนคนปองร้ายได้  มีผู้พิทักษ์มีลูกน้องในแก๊งค์มากมาย


    และยามเมื่อเดินเข้าไปยังห้องโถงใหญ่  สิ่งที่เรียกให้ดวงตากลมโตนั้นเบิกกว้างพลันปรากฏให้เห็น   ภาพที่ได้เห็นคือร่างโปร่งเรือนผมสีน้ำตาลทองทรงผมเดียวกับเขานั่งอยู่ปลายสุดของโต๊ะ   เสื้อผ้านั่นสวมเสื้อคลุมหนังสีดำสมัยมัธยมต้นของผู้พิทักษ์แห่งสายหมอก  


    “คุณ.........”   สึนะถึงกับยืนอึ้งพูดไม่ออก  นั่นมัน.. วองโกเล่รุ่นที่หนึ่ง.. ผีเรอะ!!!

    มือของคนตรงหน้ายกขึ้นป้องปากหาวอีกครั้ง  หาวได้หาวดี   “เห็นตัวจริงแล้วเหมือนส่องกระจกอยู่เลยนะ”  บอสรุ่นสิบได้แต่มองหน้าคุณปู่พลางมองหน้าผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกซึ่งยืนขนาบข้างไปพลาง

    “นี่มันอะไรกันน่ะมุคุโร่???”    สายตามองอย่างต้องการคำตอบ    คนโดนถามพลันเหยียดยิ้มและโน้มลงขยับจับบ่าทั้งสองของผู้มาใหม่ระยะประชิดจากเบื้องหลัง

    “อย่างที่เห็นน่ะครับ  ผมเป็นคนเรียกเขามาเอง”  เนตรสองสีมองแฟนเก่า(?)ตัวเองอย่างเจ้าเล่ห์นัก   แผนนี้แลกด้วย PS3…

    “เรียกมา??  หมายความว่าไงเนี่ย นี่มันอะไรกันฉันงงไปหมดแล้ว”   จู่ๆคุณปู่ที่ตายไปแล้วกลับมาปรากฏตรงหน้า  หน้าตาเหมือนที่เคยเจอเมื่อสมัย 10 ปีก่อนตอนฝึกกับฮิบาริ เคียวยะไม่มีผิดเพี้ยน    ต่างแค่ดูง่วงเหงาจนผิดปกติ..

    “ผมอยากลองดูว่าสเปคของผมน่ะ แค่หน้าตาแบบนี้รึเปล่าน่ะสิครับ”     ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางคฤหาสน์ให้คนทั้งคฤหาสน์เสียวสันหลังเล่น   



นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!!!



    นึกไปถึงโรคุโด มุคุโร่ผู้เฝ้าตามเขาเช้าเย็นทั้งร่างมายาของตนเอง ทั้งในร่างโคลม เข้าฝันเกือบทุกคืนมาตั้งแต่ม.ปลาย..   ความคิดที่เขาคิดว่าจากคนอันตรายเจ้าเล่ห์ กลายเป็นสับปะรดซื่อๆ?  นี่เขาคิดผิดมาตอลดเลยสินะ???  นี่แฟนเขากำลังจะมีกิ๊ก!?    แบบซึ่งๆหน้าด้วย!!


    “นายตั้งใจสร้างเรื่องลวงๆอะไรขึ้นมาอีก!   หรือว่านายสร้างภาพมายาของคุณท......ปู่ขึ้นมาน่ะ!”   จะเรียกปู่ก็ดันเจอสายตาคนง่วงมองมาราวกับปล่อยแสงใส่ต้องรีบลดระดับ..  

    “ไม่ใช่ภาพลวงตาหรอก....”   ร่างโปร่งดึงเนคไทด์ของร่างสูงในชุดโค้ทสีดำยาวให้โน้มลงมาใกล้ตัว  

    “จะพิสูจน์ให้ดูก็ได้นะ....”  ว่าแล้วก็แนบริมฝีปากของตนเองเข้ากับริมฝีปากของผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกเข้าทันที    ปลาน้อยบอสรุ่นที่สิบถึงกับแข็งเป็นหินกับฉากเลิฟซีนตรงหน้า  คนโดนจูบก็อึ้งไปเหมือนกัน  PS3ทำได้!!!



ในคืนหนึ่งคืนนั้น   แม้ฝนจะไม่ได้ตก
ความทรงจำสุดระทึกคงได้เริ่มต้นขึ้น



    ภาพเลิฟซีนสุดระทึกที่หาดูได้ยากของคนที่ไม่น่าจะอยู่บนโลกกับผู้ทำตัวอย่างกับวิญญาณสายหมอกแพร่กระจายทันทีเมื่อ....   ผู้อาศัยคนอื่นๆอย่างผู้พิทักษ์ที่ไม่ออกพื้นที่ อาจารย์สอนพิเศษรีบอร์น และอื่นๆสาธยายไม่หมดพร้อมใจกันมาที่ห้องโถงยามค่ำคืน   


    “ผะ....ผี...!!!”   ผู้พิทักษ์แห่งวายุโวยวายขึ้นมาทันที   พร้อมกับสวดบทสวดขัยไล่วิญญาณร้ายอย่างเคย    จิอ็อตโต้ผละออกปล่อยริมฝีปากของสายหมอกให้เป็นอิสระ   แต่สภาพของมุคุโร่ตอนนี้แข็งอยู่ในท่าเดิมไม่กล้าขยับเสียแบบนั้น...

    “คุณปู่กับมุคุโร่.........”    สึนะชี้มองมือสั่น    ผู้พิทักษ์ของเขาเล่นชู้!???!!!!

    ร่างโปร่งเรือนผมสีน้ำตาลทองหันมองพลางส่งรอยยิ้มให้กับเหลนผู้น่ารัก   ทั้งหมดนี้ก็เพื่อ PS3 ที่หวังจะได้ลิ้มลองเล่นมาเนิ่นนาน...   ขอให้ช่วยแค่นี้ไม่หวั่น..

    “จนกว่าฉันจะกลับสวรรค์  ฝากตัวด้วยนะ”    พายุลูกใหญ่กำลังจะก่อตัวขึ้น ....


แน่ใจเหรอว่าแผนจะเป็นไปด้วยดี?

PS3 or Help = ???



TBC…………….


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Free Talk : ครึ่งตอนแรกเขียนไว้ตั้งแต่ก่อนงานจะเข้าเป็นพายุ...   เอามาต่อให้จบตอนเพราะจะหนีจากความเครียดบ้าง ใกล้บ้าแล้ว   อยากให้อะไรๆมันดีขึ้นเร็วๆจังเลยนา งานจ๋าเมื่อไหรจะไปหมด...   

บ่นเรื่องเครียดไปแล้วเครียดกว่าเดิม  คงจะหนีความจริงได้แบบนานๆที OTL     เรื่องนี้อาจจะจบตอนหน้า ไม่ก็ตอน 4 ล่ะมั้ง  เพราะว่าเป็นแค่ฟิคสั้นที่เกริ่นเอาไว้รอวาเลนไทน์ล่ะนะ  ฮ่าๆ  

เปปซี่กรีนกินเข้าไปทั้งวัน ตอนนี้ก็ยังมีอาการตกค้าง  รสชาติมันสุดๆจริงๆ =A=”   แก๊ซก็ดูจะเยอะซะด้วย  

[AyaFee]★[Byanism] View my profile

Created with flickr badge.